"รสนา" ซัดนโยบายลดค่าไฟรัฐบาลเป็นความจริงครึ่งเดียว ชี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด แค่โยกภาระให้ประชาชน ขณะที่กลุ่มทุนโรงไฟฟ้ายังได้ประโยชน์เต็มๆ จี้จัดการต้นตอค่าความพร้อมจ่ายและไฟฟ้าสำรองเกิน
วันที่ 30 เมษายน 2569 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิพากษ์วิจารณ์นโยบายลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วยของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าเป็น “ความจริงครึ่งเดียว” และตั้งคำถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงของรัฐบาล
น.ส.รสนา ระบุว่า หนึ่งในต้นเหตุสำคัญของค่าไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูง คือการที่ภาครัฐยังไม่ดำเนินการเจรจาลด “ค่าความพร้อมจ่าย” รวมถึงการจัดการกับค่าส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) และปัญหาการสำรองไฟฟ้าเกินความต้องการใช้กว่า 50% ซึ่งเป็นภาระที่ตกอยู่กับประชาชน
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แทนที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จะเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการสั่งลดค่าความพร้อมจ่ายและค่า Adder เพื่อบรรเทาภาระค่าไฟ กลับเลือกใช้วิธีปรับโครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นการโยกย้ายภาระจากผู้ใช้ไฟน้อยไปยังผู้ใช้ไฟมาก
อดีต ส.ว.รายนี้ยังตั้งคำถามว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบกันเอง ขณะที่รัฐบาลไม่แตะต้องผลกำไรของกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเอกชน ซึ่งปัจจุบันผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของประเทศ โดยระบุว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถูกลดบทบาทลงเหลือเพียง 30% และเปลี่ยนจากผู้ผลิตหลักมาเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังชี้ว่า นโยบายในอดีตเปิดทางให้มีการถ่ายโอนรายได้และกำไรจากรัฐวิสาหกิจไปสู่เอกชน พร้อมทั้งมีการค้ำประกันผลตอบแทนผ่านค่าความพร้อมจ่าย ไม่ว่าจะมีการผลิตไฟฟ้าหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น
น.ส.รสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ปัญหาค่าไฟด้วยโครงสร้างขั้นบันได เป็นเพียงการแก้ไขปลายเหตุ และทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากกลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบ จนมีการเปรียบเปรยว่า “ยิ่งใช้ไฟสูง ยิ่งหนาวเมื่อเห็นบิล”
พร้อมกันนี้ ยังตั้งคำถามต่อพรรคภูมิใจไทยว่า นโยบายลดค่าไฟเหลือ 3 บาท อาจมีเจตนาแฝงในการสนับสนุนให้กลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเอกชนยังคงมีกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยภาระของประชาชน
“การพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เท่ากับความเท็จทั้งหมด” น.ส.รสนา ระบุ พร้อมยกคำกล่าวภาษาอังกฤษว่า “Half truth is a whole lie”
รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล
ความจริงครึ่งเดียวของค่าไฟ 3บาทในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย
ต้นเหตุหนึ่งของค่าไฟฟ้าแพงที่รัฐบาลไม่แก้ไข คือการเจรจาลดค่าความพร้อมจ่าย อย่างในคลิปที่ได้แจกแจงไว้ และจัดการกับค่าส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าที่เรียกว่า Adder และการสำรองไฟเกินความต้องการใช้กว่า 50% ที่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟแพง
แทนที่นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จะมีมติให้จัดการแก้ไขค่าไฟฟ้าแพงด้วยการสั่งให้จัดการเจรจาลดค่าความพร้อมจ่าย ลดค่าAdder ออกไปก่อนเพื่อลดค่าไฟแพงที่ต้นเหตุ ก่อนที่จะมากำหนดราคาค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได กลับไปแก้ไขค่าไฟแพงด้วยการโยกย้ายภาระค่าไฟแพงของคนกลุ่มใช้ไฟน้อย มาให้คนใช้ไฟมากแบกรับ เพราะเหตุใด ?!
สิ่งที่รัฐบาลทำ คือการเอาาภาระให้ประชาชนไปแบกรับกันเอง แต่จะไม่แตะกำไรของกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเอกชนที่เป็นผู้ผลิตไฟถึง 70%ของประเทศเลย ใช่หรือไม่ ?
กลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเป็นผู้ผลิตไฟขายกฟผ. เป็นผู้ผลิตไฟหลักของประเทศในสัดส่วน 70% ส่วนกฟผ. ถูกลดการผลิตเหลือ30 % กฟผ.ถูกเปลี่ยนมาเป็น “การไฟฟ้าฝ่ายซื้อ” ไม่ใช่ฝ่ายผลิตหลักอีกต่อไป จากนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาในการผ่องถ่าย รายได้ กำไรของรัฐวิสาหกิจอย่าง กฟผ.ให้โรงไฟฟ้าเอกชน และมีการค้ำประกันกำไรให้ด้วย ค่าความพร้อมจ่าย ผลิต หรือไม่ผลิต ประชาชนก็ต้องจ่าย นี่คือสาเหตุของค่าไฟแพง แต่รัฐบาลไม่ต้องการแตะต้องกลุ่มทุนโรงไฟฟ้าเอกชน ใช่หรือไม่
มาแก้ค่าไฟแพงที่ปลายเหตุ ด้วยการโยกย้าภาระค่าไฟแพงให้ประชาชนอีกกลุ่มต้องแบกรับ จนสื่อมวลชนบางสำนัก เรียกคนกลุ่มใช้ไฟมาก เป็นผู้ประสบภัยจากนโยบายขั้นบันไดค่าไฟของรัฐบาล “ยิ่ง(ใช้ไฟ)สูง ยิ่งหนาว(เมื่อเห็นบิล)
นโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ลดค่าไฟเหลือ3บาท คือความจริงครึ่งเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่ซ่อนความประสงค์ในการอุ้มโรงไฟฟ้าเอกชนให้มีกำไรอย่างยั่งยืนต่อไป บนหลังของประชาชน ใช่หรือไม่ ?!
การพูดหาเสียงด้วยความจริงครึ่งเดียว ถือว่าเป็นความเท็จ ดังคำฝรั่งที่ว่า
Half truth is a whole lie
รสนา โตสิตระกูล
30 เมษายน 2569