นักศึกษาไม่ใช่เกราะกำบังความผิด! "ทนายแก้ว" กางข้อกฎหมายไล่เรียง 4 ประเด็นเดือดคดี นศ.ขับ BMW ชนไรเดอร์เสียชีวิต ย้ำชัดประเด็นสำคัญไม่ใช่ 'รถหรู' แต่คือ 'ความรับผิดชอบ' ต่อเพื่อนมนุษย์ เผยโทษหนักขับรถขณะเมาสุราอาจถึงขั้นติดคุก 10 ปี และต้องชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
จากกรณีเกิดประเด็นเดือดระอุ ทวงความยุติธรรมให้ไรเดอร์หนุ่มวัย 27 ปี หลังถูกนักศึกษาเมาแล้วขับรถหรู BMW พุ่งชนเสียชีวิต ซ้ำรอยแผลในใจด้วยประโยคสุดช็อกจากเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ลั่นว่า "โวยวายทำไม รถหนูก็พัง" จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์สนั่นพ่วงข้อสงสัยทำไมสื่อหลักต้องปิดนามสกุล...สังคมส่วนใหญ่ต่างพากันจับตา "เส้นใหญ่" หรือไม่? ล่าสุดคณะกรรมการนักศึกษา SIIT และ อมธ.ออกแถลงการณ์ด่วน ประกาศจุดยืนต้านคนเมาขับ พร้อมจี้กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใส
ต่อมา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพจ "ทนายแก้ว" หรือดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ให้ความรู้เพิ่มเติมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ระบุว่า "วันนี้เห็นพี่แก้ว ออกมาขอแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง "ดราม่านักศึกษาขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต" ... ฟังแล้วได้สติครับ พี่แก้วย้ำชัดว่า "รถหรูหรือรถเครื่อง ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ 'ความรับผิดชอบ' ต่อชีวิตผู้อื่นบนท้องถนน" การเป็นนักศึกษาไม่ได้เป็นเกราะกำบังความผิด หากพิสูจน์ได้ว่าเมาแล้วขับ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กฎหมายต้องลงโทษอย่างเท่าเทียม ชีวิตไรเดอร์ที่หาเช้ากินค่ำก็มีค่าไม่น้อยกว่าใคร ความยุติธรรมต้องทำหน้าที่ของมันอย่างตรงไปตรงมาครับ
1. ความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
นี่คือข้อหาหลักทางอาญาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร
กฎหมายอ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
รายละเอียด: การกระทำโดย "ประมาท" หมายถึงการไม่ได้เจตนาฆ่า แต่ผู้ขับขี่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ที่ควรมี (เช่น การขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด การขับปาดหน้ากระชั้นชิด หรือไม่ชะลอความเร็วในจุดที่ควรชะลอ) จนเป็นเหตุให้รถชนและมีผู้เสียชีวิต
บทลงโทษ: ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
2. ความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ข้อหานี้จะถูกตั้งเพิ่มทันทีหากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายอ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(2) ประกอบมาตรา 160 ตรี
รายละเอียด: สำหรับผู้ขับขี่ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปและมีใบอนุญาตขับขี่แบบถาวร หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถือว่าเมาแล้วขับ และหากการเมาแล้วขับนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจนผู้อื่นเสียชีวิต โทษจะถูกยกระดับให้หนักกว่าการขับรถประมาทแบบปกติ
บทลงโทษ: ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท รวมทั้งศาลจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที (ไม่สามารถขับรถได้อีกต่อไป)
3. ความผิดฐานไม่แสดงตัวและไม่ให้ความช่วยเหลือ (ชนแล้วหนี)
แม้จากรายงานข่าวจะระบุว่าผู้ขับขี่ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุ แต่หากเจาะลึกตามข้อกฎหมาย มาตรานี้ครอบคลุมไปถึง "พฤติการณ์หลังชน" ด้วย
กฎหมายอ้างอิง: พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 78 ประกอบมาตรา 160
รายละเอียด: กฎหมายระบุชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น "ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร" พร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพิสูจน์ได้ว่าในวินาทีหลังเกิดเหตุ ผู้ขับขี่เพิกเฉย ไม่พยายามให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตามสมควรแก่เหตุ (เช่น มัวแต่ห่วงรถตนเองตามกระแสดราม่า โดยไม่สนใจผู้บาดเจ็บ) อาจถูกพิจารณาความผิดในส่วนนี้ประกอบได้
บทลงโทษ: หากไม่ให้ความช่วยเหลือจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (และกฎหมายจะให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ที่หลบหนีหรือหลีกเลี่ยงเป็น "ผู้กระทำความผิด")
4. ความรับผิดทางแพ่ง (การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน)
นอกจากโทษทางอาญา (จำคุก/ค่าปรับให้รัฐ) แล้ว ผู้กระทำผิดยังมีหน้าที่ต้องชดใช้ความเสียหายให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย
กฎหมายอ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะละเมิด มาตรา 420 และ 443
รายละเอียดความรับผิดชอบ: ฝ่ายคนขับและบริษัทประกันภัยรถยนต์จะต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆ แก่ทายาทของไรเดอร์ผู้เสียชีวิต ได้แก่:
ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพ
ค่าขาดไร้อุปการะ (ประเมินเป็นเงินก้อนใหญ่ หากพิสูจน์ได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ ภรรยา หรือบุตร)
ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน (ค่าซ่อมหรือชดใช้ค่ารถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ที่พังยับเยิน)"