"ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร" ผู้บริหารแผนฟื้นฟูนกแอร์ โพสต์เฟซบุ๊กโต้กลับดราม่า ปัดเอี่ยวปมอำนาจมืดแทรกแซงงบซ่อมเครื่องบินกรมฝนหลวง หลังถูกสังคมจับโยงสายสัมพันธ์การเมือง เจ้าตัวยันบริสุทธิ์ใจ ข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง พร้อมวอนยุติการพาดพิงเพื่อกลับไปโฟกัสการทำงานที่สร้างสรรค์
จากกรณี "ราเชน ศิลปะรายะ" อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ยอมหักไม่ยอมงอ ยื่นลาออกจากราชการ ปฏิเสธการก้มหัวให้กลุ่มอำนาจมืด แฉยับมีขบวนการพยายามแทรกแซงการทำงาน ล็อบบี้งบซ่อมบำรุงอากาศยานโดยอ้างชื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาล สังคมตั้งข้อสังเกตหนักเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างนักการเมืองใหญ่กับเครือญาติผู้บริหารสายการบินระดับประเทศ
ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายต่างจับจ้องไปที่นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร บุตรชายของนายสรรเสริญ มีศักดิ์เป็น "หลาน" ของนายสุริยะ เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) สายการบินนกแอร์มาอย่างยาวนานถึง 6 ปี ก่อนจะขยับไปรับตำแหน่ง "ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ" เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในปี 2566 นายวุฒิภูมิ เคยให้สัมภาษณ์ถึงแผนการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ในประเทศไทย โดยตั้งงบลงทุนไว้สูงถึง 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตั้งบริษัทใหม่แยกออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของนกแอร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ สายการบินนกแอร์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ สายการบินนกแอร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและข้อกล่าวหาต่างๆ ที่มีการพาดพิงถึงตนเองในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งย้ำจุดยืนว่าตลอดการทำงานได้ทุ่มเทเพื่อการพัฒนาการศึกษาและประเทศชาติเป็นสำคัญ และมุ่งหวังให้การพาดพิงสิ้นสุดลงเพื่อให้ทุกฝ่ายกลับไปโฟกัสกับการทำงานที่สร้างสรรค์ต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อความพาดพิงถึงผมในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่า ผมไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในขณะนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าจนถึงขณะนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้พิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นแล้วว่าข้อกล่าวหาต่างๆ นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผมทุ่มเทเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้งสูงสุด ดังที่บุคคลใกล้ชิดและผู้ที่เคยร่วมงานกับผมทราบถึงความตั้งใจนี้ดี
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพาดพิงหรือกล่าวหาในลักษณะนี้จะสิ้นสุดลง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้กลับไปมุ่งเน้นกับการทำงานที่สร้างสรรค์ต่อไป
ขอแสดงความนับถือ"