นราธิวาส - ผู้ว่าฯ นราธิวาสยกระดับมาตรการ "จับจริง" เพิ่มรางวัลนำจับคนเผาป่าจาก 1 หมื่นบาทเป็น 5 หมื่นบาท สั่งคุมเข้มไฟป่าตากใบ เร่งขุดตาน้ำ-ทำฝายกั้นสกัดไฟป่าไม่ให้ลุกลาม
วันนี้ (2 พ.ค.) นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รุดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ ซึ่งอยู่ห่างจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพียง 1 กิโลเมตร โดยยกระดับมาตรการ "จับจริง" เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าที่สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ระบุจากสถานการณ์ที่ผ่านมามีไฟไหม้เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่ จากการวิเคราะห์สาเหตุหลักมาจาก การกระทำของมนุษย์ที่เข้ามาจุดไฟ ซึ่งอาจมีไม่ถึง 10 คน แต่ทำลายพื้นที่ป่าไปแล้วเกือบ 100 ไร่ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ควันไฟส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ขณะเดียวกันต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลซึ่งมาจากภาษีของประชาชน มาดำเนินการสกัดดับไฟ
พร้อมเน้นย้ำ มาตรการการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดป้องปรามผู้กระทำผิด โดยปรับเพิ่มเงินรางวัลนำจับผู้กระทำผิดเผาป่าจาก 10,000 บาท เป็น 50,000 บาท โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับ ใช้โดรน (Drone) บินลาดตระเวนสำรวจเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ หากพบผู้ที่แอบจุดไฟในพื้นที่ป่า ดำเนินคดีทันที ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตาพบเห็นแจ้งเบาะแสทันที
ทัังนี้การปฏิบัติการสกัดไฟป่า เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าพรุเต็มไปด้วยวัชพืชและใบไม้ทับถม ทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมากและดับได้ยาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำ โดยใช้รถแบ็คโฮขุด "ตาน้ำ" ในพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำพร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง (75 แรงม้า) เพื่อส่งน้ำเข้าดับไฟในจุดที่เข้าถึงยาก และจัดทำฝายทดน้ำ กักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับสกัดกั้นแนวไฟไม่ให้ลุกลามเข้าสู่เขตป่าพรุชั้นใน
และวันเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้านบ้านโคกใน หมู่ 2 ตำบลพร่อน เพื่อสร้างความเข้าใจถึงผลกระทบของไฟป่า พร้อมขอความร่วมมือให้งดการเผาโดยเด็ดขาดในช่วงฤดูแล้งนี้ เพื่อบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และห่วงใยสุขภาพของประชาชนในพื้นที่