xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก พร้อมตรวจพบสถานรับเลี้ยงเด็กเถื่อนที่ดูแลเด็กสัญชาติอิสราเอลถึง 89 คน สร้างความกังวลด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายภาค 4 ได้สั่งการให้กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรเกาะพะงัน และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน เข้าดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการผิดกฎหมาย บริษัท อาร์กิ คิดส์ จำกัด ในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบกิจการสถานรับเลี้ยง ดูแลเด็ก พร้อมมีบริการสนามเด็กเล่น

จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตพบว่า ขออนุญาตประกอบกิจการจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พมจ.สฎ.) โดยระบุในเอกสารว่า “รับเลี้ยงเด็กอายุ 2 - 5 ปี จำนวน 18 คน“

และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวน 89 คน มีอายุตั้งแต่ 2 -12 ปี และยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 40 คน และสัญชาติอื่นอีก 12 คน ซี่งแยกความผิดได้จำนวน 9 ราย ดังนี้

1.นางประทุมทิพย์ อยู่อินทร์ อายุ 61 ปี ชาวอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ คุ้มครองเด็ก ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. MR.AIDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหาเป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. MR.NDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติอิหร่าน กระทำความผิดในข้อหาเป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

4. MR. ASHLEY KATE ALLEN อายุ 30 ปี สัญชาติ อเมริกัน กระทำความผิดในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีในอนุญาตทำงาน”

5. MR.TRISTAN KYLE FERGUSON HUNTER อายุ 31 ปี สัญชาติแอฟริกา ได้กระทำความผิดในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน

6. MS.MONIQUE VASCO DA CRUZ อายุ 30 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

7. MS.NALEDI MASANA MHLONGO อายุ 25 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน

8. MS.FATIMA NOUREDINE อายุ 36 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส กระทำความผิดในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง

9. MS.NATALIE SANDRA HUNTER อายุ 53 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง ทั้งหมดได้กระทำผิดในฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 22 เรียบร้อย ส่งตัวผู้ถูกจับให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงันดำเนินคดีตามกฎหมาย

เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา มีการร้องเรียนทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเข้ามาประกอบกิจการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 4 ได้ให้ความสำคัญทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนในการจับกุมผู้กระทำความผิดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที