นครสวรรค์ – อุทาหรณ์สะเทือนหัวอกพ่อ บอกถ้าไม่ทำลูกคงทำผมตายแน่..อดีตตำรวจวัยเกษียณรัว 9 มม.ยิงลูกบังเกิดเกล้า 7 นัด กระสุนเข้าแขน-ลำตัว ดับคาบ้าน ก่อนโทร.แจ้ง ตร.-มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เผยลูกชายวัย 38 มีประวัติเสพยาเคยโดนจับหลายครั้ง-ขอเงินเป็นประจำ รอบนี้ขอแม่พอไม่ได้ยังพยายามใช้มีดพกทำร้ายทั้งแม่-คนในบ้าน จนพ่อเหลืออด
พ.ต.ต.อภิรักษ์ คงไทย สารวัตรเวร สภ.ไพศาลี ได้รับแจ้งเหตุมีการยิงกันตายภายในบ้านพัก พื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านตะกรุดภิบาล ต.วังน้ำลัด อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ 2 เม.ย.69 จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาก่อนจะรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครสวรรค์ แพทย์เวรโรงพยาบาลไพศาลี และมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรนครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบผู้เสียชีวิต คือ นายณัฐพล อายุ 38 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่ห้องเก็บของด้านหลังบ้าน ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีดำ นุ่งกางเกงยืนขายาว สภาพมีรอยบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ลำตัวและแขนถึง 7 แผล จบชีวิตโดยที่มือขวายังคงกำมีดสั้นไว้ ส่วนภายในห้อง พบปอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 8 ปอก จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน
ขณะเดียวกัน ตำรวจพบผู้ก่อเหตุ คือ ร.ต.อ.บุญเพ็ง อดีตข้าราชการตำรวจ วัย 64 ปี เข้ามอบตัว พร้อมกับยอมรับว่า ผู้ตายคือลูกชาย ถูกตนใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ซึ่งได้มีการมอบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่เคยเป็นอาวุธปืนคู่กายสมัยยังเป็นตำรวจ ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลังฐาน โดยระบุว่า “ปืนกระบอกนี้เป็นปืนที่ปลิดชีวิตลูก”
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ตำรวจกำลังชันสูตรพลิกศพ ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามกับพยานแวดล้อมรายหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างบ้านที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ขณะกำลังทำก๋วยเตี๋ยวให้กับลูกค้า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงรัวปืนก่อนที่นายบุญส่ง ซึ่งเป็นพ่อตาของ ร.ต.อ.บุญเพ็ง จะรีบวิ่งออกมาในสภาพร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมกับบอกว่าหลานชายถูก ร.ต.อ.บุญเพ็ง ยิงตายภายในบ้านแล้ว
ด้าน พ.ต.ต.อภิรักษ์ คงไทย สารวัตรเวร สภ.ไพศาลี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.บุญเพ็ง ผู้ก่อเหตุเป็นคนโทรแจ้งให้ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบและจับกุมเอง ไม่ได้หลบหนีไปไหน ส่วนชนวนเหตุเรื่องนี้ เกิดมาจากลูกชายของเจ้าตัว มีประวัติเสพยาเสพติด และเคยถูกจับหลายครั้ง
ก่อนเกิดเหตุลูกได้มาขอเงินกับมารดาแต่ถูกปฏิเสธ จึงทำให้เกิดการทะเลาะอย่างรุนแรง ซึ่งนายณัฐพล พยายามใช้มีดสั้นที่พกเข้ามาทำร้ายมารดา และคนในบ้าน รวมถึงยังพยายามไปเอาอาวุธปืนของพ่อด้วย จึงทำให้ ร.ต.อ.บุญเพ็ง ที่อยู่ในเหตุการณ์ เห็นท่าไม่ดี และเหลืออดกับการกระทำของลูก ตัดสินใจชิงไปหยิบปืนมาก่อนจะลั่นไกใส่ลูกบังเกิดเกล้าจนจบชีวิตคาบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ เจ้าตัวระบุกับตำรวจว่า “ถ้าผมไม่ทำ ลูกมันคงทำผมตายแน่ เพราะมันพยายามจะไปหยิบปืน”
ส่วนหลังเกิดเหตุ พยานเพื่อนเพื่อนบ้านต่างให้การตรงกับว่า ร.ต.อ.บุญเพ็ง เคยเป็นตำรวจประจำอยู่ สภ.ไพศาลี และเพิ่งเกษียณอายุราชการมาได้ 2 ปี ปกติเป็นคนใจเย็นมาก แต่รอบนี้คงเหลืออดจริงๆ แม้จะอยู่กันคนละบ้านกับลูก แต่ทุกครั้งที่ลูกมาหา ก็มักจะมาขอเงินพ่อแม่ เมื่อไม่ได้ก็จะก่อเหตุคลุ้มคลั่งอาละวาดเป็นประจำ เชื่อว่าเป็นอาการของคนที่ติดยาเสพติด จนกระทั่งรอบนี้ คงรุนแรงไป เลยทำให้ผู้เป็นพ่อต้องตัดสินใจจบชีวิตลูกด้วยตัวเองก่อนที่คนในครอบครัวจะได้รับอันตราย
เบื้องต้น ตำรวจได้คุมตัว ร.ต.อ.บุญเพ็ง มาสอบสวนถึงชนวนเหตุอย่างละเอียดยังโรงพัก พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายเอาไว้ก่อน ส่วนอาวุธปืน เป็นอาวุธปืนมีทะเบียน ที่เจ้าตัวเคยใช้สมัยยังเป็นตำรวจ และก่อเหตุภายในบ้านตัวเอง จึงยังไม่มีความผิดในเรื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยทั้งหมดยังอยู่ตามกระบวนการขั้นตอนกฎหมายก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.