เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (2 พ.ค.) สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ (PHIVOLCS) ตรวจพบกระแสลาวาหลาก (Pyroclastic Density Currents - PDCs) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "อูซอน" (Uson) บนลาดเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาไฟมายอน เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดเถ้าถ่านหนาทึบตกลงมาปกคลุมพื้นที่กว่า 52 หมู่บ้าน ในจังหวัดอัลเบย์ บนเกาะลูซอน กลุ่มควันและเถ้าถ่านพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีรายงานเถ้าถ่านหนาทึบในเมืองคามาลิก และกีโนบาตาน ส่งผลให้ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลงอย่างมากและส่งผลกระทบต่อการสัญจร
สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ ยังคงระดับการเฝ้าระวังไว้ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าภูเขาไฟกำลังอยู่ในการปะทุแบบแมกมา (Magmatic Unrest) และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทุที่รุนแรงและเป็นอันตรายในเร็วๆ นี้ ขณะที่ทางการท้องถิ่นสั่งห้ามเข้าพื้นที่ในรัศมี 6 กิโลเมตร รอบภูเขาไฟอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อหินถล่ม ลาวาไหล และก๊าซพิษ
ปัจจุบัน มีชาวบ้านกว่า 4,000 คนจากประมาณ 1,500 ครอบครัว ต้องละทิ้งที่อยู่อาศัยเพื่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยนับแสนชิ้น และประกาศเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากและอยู่แต่ในอาคาร เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ขณะที่รายงานยกเลิกเที่ยวบินในพื้นที่ใกล้เคียงบางส่วนในวันนี้ เนื่องจากความเสี่ยงจากเถ้าถ่านภูเขาไฟในชั้นบรรยากาศ
ภูเขาไฟมายอนถือเป็นภูเขาไฟที่ยังมีพลัง (Active Volcano) หรือยังไม่ดับ เคยเกิดการปะทุมาแล้วกว่า 50 ครั้ง ในรอบ 400 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นภูเขาไฟที่ทรงพลังมากที่สุดอีกลูกหนึ่งของฟิลิปปินส์ และยังคงมีรายงานการปะทุและปล่อยลาวาออกมาเป็นระยะจนถึงปัจจุบัน