xs
xsm
sm
md
lg

ตร.รวบลุงวัย 55 ปี ขี่รถจยย.ตระเวนขโมยน้ำมันพืชเก่า อ้างทำงานเหนื่อย หาเงินเลี้ยงครอบครัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 69 พ.ต.อ.วุฒิชัย สุคนธวิท ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ท.อัครภัส จายะวานิช รอง ผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์, พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ได้ร่วมกันจับกุมนายสมจิตร์ หรือแดง หงษ์ทอง อายุ 54 ปี ชาว กทม. โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณบ้านเลขที่ 115/28 หมู่ 10 หมู่บ้านบัวทอง ซอย 7/1 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง 1.รถจยย. ยี่ห้อ HONDA รุ่น CLICK I สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน 9 ขห 6214 กทม. จำนวน 1 คัน (พร้อมตะกร้าลังไว้ใส่ของสีเขียว ซึ่งมัดติดอยู่กับตัวรถ จำนวน 1 ใบ) 2.หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ยี่ห้อ B.T.M. สีขาว จำนวน 1 ใบ 3.ผ้าบัฟ (แบบโม่ง) สีดำ จำนวน 1 ชิ้น 4.เสื้อยืด สีดำ-เทา จำนวน 1 ตัว 5.กางเกงขายาวสีดำ จำนวน 1 ตัว 6.รองเท้าแตะสีเทา จำนวน 1 คู่ 7.ปลอกแขน สีดำ จำนวน 1 คู่ โดยแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวคนมาสอบปากคำและขยายผล ทราบว่าคนร้ายมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุหลายพื้นที่ อาทิ ชัยพฤกษ์, บางศรีเมือง และบางกรวย เป็นต้น

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ย่านชัยพฤกษ์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.ชัยพฤกษ์ ว่าได้ตรวจสอบน้ำมันพืชเก่าที่ร้านพบว่าสูญหายไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 06.36 น. มีคนร้าย จำนวน 1 คน ขับขี่รถจยย. เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์น้ำมันพืชเก่าของทางร้านไป จำนวน 4 ถัง ต่อมา วันที่ 21 เม.ย. 69 เวลาประมาณ 07.48 น. คนร้ายได้เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ถังน้ำมันพืชเก่า จำนวน 3 ถัง ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน

จากการสอบถาม นายสมจิตร์ หรือแดง (ผู้ก่อเหตุ) ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ตนช่วยภรรยาขายของอยู่ แต่ว่าภรรยาสุขภาพไม่ดีป่วยเป็นกระดูกทับเส้นประสาท หอบหืด อีกทั้งยังต้องเลี้ยงหลานอีก 2 คน ที่ลูกชายทิ้งไว้ให้เนื่องจากเลิกรากับลูกสะใภ้ ตนจึงหันมารับซื้อน้ำมันพืชเก่าและขายไปด้วย รู้จักช่องทางนี้จากรถกระบะที่ขับรับซื้อทั่วๆไป หลังๆจึงเริ่มขโมยน้ำมันพืชเก่ามาขาย อาศัยขับขี่รถจยย.ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เลือกร้าน ถ้าเจอก็ขโมยมาถ้าไม่เจอก็หาร้านใหม่ ซึ่งตนนำไปขายได้ราคาถังละ 300-500 บาท ไปขายแถวหมู่บ้านบัวทอง ตนเพิ่งเริ่มทำไม่ได้นาน ตอนนี้รู้สึกผิดอยากชดใช้เงินให้ผู้เสียหาย แต่ไม่อยากติดคุกเพราะมีครอบครัวที่ต้องดูแล ตนห่วงภรรยาที่มีโรคประจำตัวหลายโรค ที่ไม่คิดไปหางานทำเพราะรู้สึกเหนื่อย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป คิดผิดที่เลือกทำแบบนี้

ด้าน นายเปา (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำกากหมู สูตรโบราณ แถวสวนผัก 32 ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 68 ตนโดนขโมยน้ำมันเก่าใช้แล้วภายในร้าน 3 ครั้ง คนร้ายอาศัยจังหวะก่อเหตุช่วงเช้าก่อนเปิดร้าน และทุกครั้งจะเว้นระยะประมาณ 2 เดือน ครั้งแรกที่โดนขโมยตนไม่ติดใจเอาความ แต่พอโดนขโมยครั้งที่ 2 จึงเดินทางไปแจ้งความที่สภ.บางกรวย และกลับมาทำลูกกรงปิดร้าน แต่คนร้ายกลับมาก่อเหตุอีกครั้งที่ 3 โดยใช้คีมตัดลูกกรงออก ซึ่งแต่ละครั้งจะขโมยน้ำมันเก่าใช้แล้วครั้งละ 20-25 ลิตร ประมาณ 3-4 ถังราคาประมาณ 1,500-2,000 บาท แล้วแต่แหล่งรับซื้อหรือราคาในช่วงนั้น

นายเปา (ผู้เสียหาย) กล่าวต่ออีกว่า ปกติตนจะขายน้ำมันเก่าใช้แล้วอยู่แล้ว เวลาเจียวหนังหมูเสร็จเหลือก็ใส่แกลลอนไว้ ตอนแรกรู้สึกโมโหเพราะอุตส่าห์ติดลูกกรงป้องกันแล้วแทนที่คนร้ายจะรู้และเลิกก่อเหตุแต่ก็ยังกลับมาขโมยอีก วันนี้พอรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายได้แล้วก็รู้สึกชื่นชม แต่ก็งงที่มาจับได้ที่สภ.ชัยพฤกษ์ ซึ่งไกลจากร้านตนมาก แสดงว่าคนร้ายคงก่อเหตุหลายพื้นที่ ตกใจที่เห็นคนร้ายอายุเยอะ ทำให้โกรธไม่ลง แต่ก็ไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้างที่ต้องก่อเหตุเพราะเลี้ยงดูภรรยาป่วย และหลาน 2 คน เพราะทุกคนมีปัญหาชีวิตเหมือนกันหมด จริงๆถ้าคนร้ายมาขอรับซื้อน้ำมันจากตนไปขายเอากำไรก็ทำได้ ดูจากลักษณะคนร้ายยังพอมีเรี่ยวแรงยกถังน้ำมันได้ น่าจะทำงานได้อยู่ อยากให้กลับตัวกลับใจทำมาหากินสุจริต เมื่อสักครู่นี้นักข่าวถามเขาบอกว่าที่ไม่ทำงานเพราะว่ามันเหนื่อย คาดว่าคงไม่อยากทำงานจริงๆ ซึ่งหลังจากนี้ตนได้ติดต่อรถรับซื้อน้ำมันเก่าใช้แล้วมาเอาที่ร้าน ครั้งละ 1-2 ถัง จากที่เมื่อก่อน 6-8 ถัง เพราะคงดีกว่าถูกขโมย