xs
xsm
sm
md
lg

สว.จ่อถกตั้ง กมธ.สอบ “จักรพงศ์” ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. คุณวุฒิไม่ตรง-ผลงานวิชาการไม่ชัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วุฒิสภาเตรียมพิจารณาตั้งกมธ.ตรวจสอบคุณสมบัติ-จริยธรรม “จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช” หลังถูกตั้งข้อสังเกตคุณวุฒิไม่ตรง-ผลงานวิชาการไม่ชัด ด้านกก.สรรหายืนยัน 6 ต่อ 2 ผ่านคุณสมบัติ เดินหน้าชงชื่อเข้าสภา

วันนี้ (4พ.ค.) ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ โดยกำหนดวาระเร่งด่วนเพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนตำแหน่งที่ว่าง ภายหลังนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาที่มีนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ได้เสนอชื่อ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

รายงานข่าวระบุว่า ในกระบวนการสรรหา มีประเด็นจากนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ทำหนังสือขอให้ชะลอกระบวนการสรรหา เพื่อรอให้องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาครบถ้วนตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และลดความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 203 และ พ.ร.ป.ที่เกี่ยวข้อง กำหนดชัดว่าแม้กรรมการสรรหาจะไม่ครบ ก็สามารถดำเนินการต่อได้ จึงไม่สามารถชะลอกระบวนการสรรหาและการเสนอชื่อได้


ขณะเดียวกัน ยังมีหนังสือร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยชื่อ ตั้งข้อสงสัยคุณสมบัติของนายจักรพงศ์ว่าอาจไม่เป็นไปตามมาตรา 200 (4) ของรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าคุณวุฒิไม่ตรงสาขา เนื่องจากเป็นสายกฎหมาย ไม่ใช่รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และการได้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ไม่มีข้อมูลผลงานทางวิชาการและผู้ประเมินที่ชัดเจน

คณะกรรมการสรรหาได้เรียกนายจักรพงศ์เข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่ปี 2550 ก่อน พ.ร.บ.โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ และในช่วงเวลาดังกล่าว โรงเรียนนายร้อยตำรวจมีเพียงสาขารัฐประศาสนศาสตร์เพียงสาขาเดียว นอกจากนี้ ตนยังสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ และมีผลงานทางวิชาการ เช่น หนังสือด้านกลยุทธ์การสอบสวน โดยมีนายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ประเมินผลงาน

ภายหลังการพิจารณา คณะกรรมการสรรหามีมติ 6 ต่อ 2 เห็นว่านายจักรพงศ์มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยเสียงข้างมากประกอบด้วยตัวแทนจากหลายองค์กรอิสระและฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่เสียงข้างน้อยจากประธานศาลฎีกาและตัวแทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เห็นว่าขาดคุณสมบัติ

รายงานยังเปิดเผยคำให้สัมภาษณ์ของนายจักรพงศ์ต่อกรรมการสรรหา โดยระบุว่าตนมีพื้นฐานด้านกฎหมายมหาชนและรัฐประศาสนศาสตร์ควบคู่กัน และมองว่าการเป็นนักรัฐประศาสนศาสตร์จำเป็นต้องมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นแกนหลัก สำหรับประเด็นการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ต้องยึดตามมาตรฐานจริยธรรม และมีองค์กรอย่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจสอบ