xs
xsm
sm
md
lg

รมว.คลังย้ำเหตุจำเป็นเร่งด่วนออก พ.ร.ก.กู้เงิน รอให้วิกฤติก่อนไม่ได้ ชงเข้าสภา 14 พ.ค.นี้ ใช้เงินได้ถึง 30 ก.ย.70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“เอกนิติ” แจง ออก พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เพราะจำเป็นเร่งด่วน-เงินที่มีอยู่ไม่พอ ชี้จะรอให้เกิดวิกฤติก่อนไม่ได้ เพราะไม่รู้จบเมื่อใด เผยเตรียมเข้าสภาฯ เห็นชอบ 14 พ.ค.นี้ ย้ำ ทุกโครงการต้องเข้า คกก.กลั่นกรอง ปลัดคลังฯ นั่งประธานก่อน 30 ก.ย.นี้ และใช้เงินกู้ได้ถึง 30 ก.ย.70

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า ครั้งนี้คือวิกฤตโลก เป็นวิกฤตที่กระทบปากท้องประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไป เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องประชาชน เรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะเป็นวิกฤตที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง กระทบคนทั้งโลก วิกฤตนี้มีทั้งความรุนแรง ความรวดเร็ว และมาเป็นระลอก วิกฤตพลังงานราคาน้ำมันสูงขึ้นทั้งโลก และประเทศไทยก็พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตนี้จะต่างกับอดีตที่มารวดเร็วทีเดียวจบ ระลอกแรกคือวิกฤตสงครามและโลก วิกฤตที่สองคือวิกฤตพลังงานราคาน้ำมันสูง และรอบที่สามคือวิกฤตต้นทุน วิกฤตที่สี่คือวิกฤตค่าครองชีพซึ่งจะกระทบคนส่วนใหญ่ วิกฤตรอบที่ห้าคือกำลังซื้อจะหมดถ้าปล่อยไปจะยิ่งแก้ยาก นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่เราต้องแก้ไขปัญหาวิกฤตปากท้อง

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์คือ 1.แก้วิกฤตปากท้องประชาชน ช่วยประชาชนบรรเทาผลกระทบและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวที่ได้รับผลกระทบมาก 2.แปลงวิกฤตเป็นโอกาสคือ เปลี่ยนจากการลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มาใช้พลังงานทดแทน ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สามารถเตรียมพร้อมโลกยุคใหม่ที่น้ำมันแพง ถ้าไม่ปรับตัววิกฤตนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และแก้ยาก

เมื่อถามว่ากรณีการออกพรก. กู้เงินที่เกี่ยวกับวางโครงสร้างพลังงาน มีบางฝ่ายมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องออก พ.ร.ก. นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้เราไปดูเม็ดเงินทุกอย่างว่าวิกฤติครั้งนี้รุนแรงชัดเจน เราจะรอหรือ เพราะดูงบประมาณ ปี 69 มีเหลืออยู่เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลปัจจุบันมีไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ เราไม่สามารถใช้งบประมาณ ปี 69 ได้ งบกลางก็เหลือ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณ ปี 70 ต้องรอไปถึงเดือน ตุลาคม ซึ่งไม่ทัน ดังนั้นตนคิดว่าการออกพรก. น่าจะเพียงพอ โดยเฉพาะ2 แสนล้านที่มาช่วยกลุ่มเปราะบาง และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย และ ลดการพึงพาพลังงานของประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพา การนำเข้านำมัน ก๊าซธรรมชาติ 8 % ของจีดีพี ซึ่งมากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ วันนี้ครม.อนุมัติ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท และ รอลงราชกิจจานุเบกษา และจะเข้าสภาฯในวันที่ 14 พ.ค. นี้ โดยกฎหมายดังกล่าวจะมี คณะกรรมการกลั่นกรอง รายจ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน หน่วยงานต่างๆต้องเสนอโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ พรก.ฉบับนี้จะไม่กว้างเหมือนพรก. ฉบับอื่น โดยมี 11 มาตรา แต่จะระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน และ คณะกรรมการกลั่นกรองจะดูแต่เรื่องโครงการก่อนนำเสนอครม.เห็นชอบต่อไป

เมื่อถามว่าการรออกพรก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตั้งใจให้ พ.ร.ก. นี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้นหน่วยงานที่รับเงินกู้ก็เสนอโครงการมาได้ เราตั้งใจพิจารณาให้เสร็จ 30 ก.ย. นี้ และตัวเงินกู้สามารถเบิกจ่ายได้ถึง 30 ก.ย. ปี 70 ส่วนประโยชน์ด้านอื่น เช่นพลังงานทดแทนมีหลายโครงการ ที่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การกู้เงินครั้งนี้จะกู้ในประเทศทั้งหมด ดังนั้นไม่มีความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน และวันนี้สภาพคล่องส่วนเกินสูงมาก มีเกิน 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้น 4 แสนล้านสบายมาก และดอกเบี้ยในประเทศต่ำมาก ดังนั้นต้นทุนการกู้ในประเทศต่ำมาก

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านวิจารณ์เรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกความเห็น จะเห็นว่าตอนแรกมีข่าวจะกู้ 5 แสนล้านบาท เราก็เอามาทบทวน และตัดสินใจนำเสนอ ครม. จำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อไม่ให้เกินกรอบวินัยการคลังที่เราตั้งไว้ ซึ่งตนได้อธิบายอธิบายกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเขาไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินกู้ แต่สนใจว่ากู้ไปทำอะไร

เมื่อถามว่า น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าควรจะออกพรบ ไม่จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. นายเอกนิติ กล่าววว่า เราเอามาช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน การที่เขาเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทำให้ต้นทุนถูกลง และช่วยประเทศ เรารอไม่ได้ว่าวิกฤตินี้จะจบเมื่อไหร่

เมื่อถามถึงความมั่นใจโครงการคนละครึ่งพลัส และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นหนึ่งโครงการที่หน่วยราชการนำเสนอได้ และสามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้เช่นเดียวกัน ส่วนกระบวนการต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยในวันที่ 14 พ.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯทันที ฉะนั้นในวันอังคารที่ 12 พ.ค. โครงการคนละครึ่งยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. เพราะตามกฎหมายต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯก่อน และต้องพิจารณาแหล่งเงินต่างๆ รวมถึงงบประมาณที่เราปรับลดมาจากงบปี 69 ยืนยันโครงการมีแน่ แต่จะใช้แหล่งเงินไหนจะพิจารณา ซึ่งตามแผนโครงการคนละครึ่งพลัส จะเริ่ม 1 มิ.ย.