xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระแม่กาลี ร้องสอบมรรยาททนาย ปมข้อมูลลูกความรั่วไหล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระแม่กาลี ร้องสอบมรรยาททนายความ ปมข้อมูลลูกความรั่วไหลให้คู่กรณีโพสต์ข่มขู่ ดูหมิ่น 

วันนี้ ( 6 พ.ค.) ที่ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พหลโยธิน บางเขน กทม. นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ อายุ 47 ปี เจ้าของผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระแม่กาลี เมี่อปี พ.ศ.2560 ตั้งอยู่เลขที่ 888 หมู่ 13 ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องถึงนายกสภาทนายความฯขอให้ตรวจสอบมรรยาทของทนายความรายหนึ่ง เนื่องด้วยพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ

นายพรหมมาศหฤษฎ์ระบุว่า ได้เข้าปรึกษาคดีพิพาทกับบุคคลคู่กรณีเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่สำนักงานทนายความแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยได้นำเอกสารสำคัญ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวและบทสนทนากับคู่กรณี มอบให้ทนายความตรวจสอบ พร้อมชำระค่าปรึกษาเบื้องต้น แม้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งเป็นทนายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีความไว้วางใจจากการใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี ตลอดช่วงเวลาการปรึกษา ทนายความได้ให้คำแนะนำในลักษณะให้ผู้ร้อง “อดทน” และยังไม่ควรดำเนินคดีใด ๆ กับฝ่ายคู่กรณี ซึ่งผู้ร้องได้ปฏิบัติตามด้วยความเชื่อมั่น

นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อเดือนมกราคม 2569 เริ่มพบความผิดปกติ เมื่อมีบุคคลหลายรายซึ่งเป็นคู่กรณีหรือเกี่ยวข้องกับข้อพิพาท ได้แสดงพฤติกรรมข่มขู่ ดูหมิ่น และสื่อสารด้วยถ้อยคำหยาบคายผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมทั้งอ้างอิงข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ต่อมาในเดือนเมษายน 2569 ได้รับทราบว่ามีภาพถ่ายปรากฏทนายความรายดังกล่าวอยู่ร่วมกับกลุ่มบุคคลหลายราย ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีข้อพิพาทกับตนโดยสถานที่ถ่ายภาพอยู่บริเวณหน้าอาคารหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งด้านคดีพิเศษ

นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าวอีกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนเกิดข้อสงสัยว่า ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลคดีที่เคยเปิดเผยกับทนายความ อาจรั่วไหลไปยังฝ่ายคู่กรณี ซึ่งหากเป็นความจริง อาจเข้าข่ายการละเมิดหลักจรรยาบรรณวิชาชีพทนายความ โดยเฉพาะหน้าที่ในการรักษาความลับของลูกความ และการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

" พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนัก ทั้งในด้านจิตใจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความเชื่อมั่นต่อวิชาชีพทนายความ"นายพรหมมาศหฤษฎ์" กล่าวและว่าทั้งนี้ได้ยื่นคำร้องต่อสภาทนายความ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัย หากพบว่ามีการกระทำผิดจรรยาบรรณจริง