สส.พรรคส้ม เปิดกระป๋องโชว์สื่อ ตั้งข้อสงสัยอาจไม่ใช่ปลาซาดีน แซะกรมประมงใช้วิธีไหนตรวจ ยันไม่ปักใจเป็นปลาหมอคางดำ แต่ชี้โรงงานอยู่ในพื้นที่ระบาดหนัก เตรียมส่งมหาวิทยาลัยตรวจคู่ขนานรัฐบาล หวั่นกระทบทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริต
วันนี้ (6 พ.ค.) ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีพบปลาหมอคางนำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าว นายณัฐชา ได้นำปลากระป๋องที่สุ่มซื้อจากพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 2 กระป๋อง มาเปิดต่อหน้าสื่อมวลชน โดยฉลากข้างกระป๋องระบุว่าเป็นปลาซาดีน แต่เมื่อเทออกมาพบว่าเป็นปลาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม ปลากระป๋องที่นำมาทดลองวันนี้เป็นคนละยี่ห้อกับที่กำลังเป็นข่าว
นายณัฐชา กล่าวว่า หากแอปพลิเคชัน FishAI ของกรมประมงใช้งานได้เร็วกว่านี้ ก็คงสามารถถ่ายรูปตรวจสอบได้ทันที แต่ช่วงที่ผ่านมาได้เกิดกระแสในสังคมออนไลน์ตั้งคำถามว่าปลาในกระป๋องดังกล่าวเป็นปลาชนิดใดกันแน่ โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำ ซึ่งไม่สามารถแยกด้วยตาเปล่าได้ง่าย เพราะปลาในกระป๋องถูกตัดหัวออกแล้ว
“ปลานิลกับปลาหมอคางดำมีลักษณะใกล้เคียงกัน ความต่างอยู่ที่บริเวณแก้มของปลาหมอคางดำจะมีแถบสีดำขึ้นมา แต่ถ้าตัดหัวออก ผ่าท้องขายแดดเดียว ก็แทบแยกไม่ออก”
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคต้องดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทผู้ผลิต แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ สายพันธุ์ปลา เพราะโรงงานผลิตปลากระป๋องหลายแห่งอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทั้งจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม
“ผมไม่ได้บอกว่าปลาหมอคางดำกินไม่ได้ หรือแปรรูปไม่ได้ แต่ถ้ารัฐจะมีมาตรการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ก็ควรประกาศให้ชัดเจนว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ เพราะปัจจุบันปลาหมอคางดำเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษ ห้ามโยกย้าย ห้ามแปรรูป หากไม่ได้รับอนุญาต” นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือจนถึงขณะนี้ยังไม่มีแนวทางจัดการปลาหมอคางดำที่ชัดเจน ขณะเดียวกันพื้นที่รอบโรงงานปลากระป๋องกลับเป็นพื้นที่แพร่ระบาดอันดับต้นๆ แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง จนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับปลาในผลิตภัณฑ์แปรรูป
ทั้งนี้ กรมประมงได้ออกมาระบุแล้วว่าปลาที่พบเป็นปลานิล แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใช้วิธีใดในการตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือใช้เทคโนโลยีใดในการยืนยันชนิดปลา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดบริษัทจึงเลือกใช้ปลานิลขนาดเล็ก ช่วงที่กรมประมงดำเนินมาตรการรับซื้อปลาหมอคางดำ ปลาที่พบส่วนใหญ่มีขนาด 2-3 นิ้ว จึงเกิดคำถามว่ารัฐบาลจัดการปัญหาได้จริงหรือไม่ หรือมีการลักลอบนำปลาไปแปรรูปในช่วงที่ผ่านมา
“เราจะติดตามว่ากรมประมงใช้วิธีใดตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือใช้ FishAI ถ่ายปลากระป๋องแล้วขึ้นว่าเป็นปลานิลหรือไม่ เพราะเรื่องนี้กระทบทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง” นายณัฐชา กล่าว
ด้าน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวว่า หากเรื่องนี้ไม่เกิดความชัดเจน จะกระทบต่อภาพลักษณ์ผู้ประกอบการและจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตปลากระป๋อง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด
ภายหลังการแถลงข่าว นายณัฐชา พร้อม สส.พรรคประชาชน ได้ตักปลากระป๋องให้ผู้สื่อข่าวดูอีกครั้ง ก่อนที่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน จะหยิบก้างปลาโชว์ พร้อมระบุว่า ปลาในกระป๋องไม่น่าจะเป็นปลาซาดีน เพราะก้างมีลักษณะใหญ่และแข็งกว่าปลาแมกเคอเรลทั่วไป
จากนั้น นายอานุภาพ ได้ทดลองชิมและกล่าวว่า “ทานได้ แต่ไม่ตรงปก ข้างกระป๋องเขียนว่าปลาซาดีน แต่ปลาในกระป๋องไม่เหมือนที่เราเคยกิน เนื้อจะนิ่มกว่าปลาซาดีนหรือปลาแมกเคอเรล” พร้อมระบุว่า จะส่งปลากระป๋องที่เหลือให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ ตรวจสอบคู่ขนานกับรัฐบาลต่อไป