มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่ามอสโกได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการต่อคณะทูตและองค์กรระหว่างประเทศทั้งหมดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ต่อเคียฟ โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และพลเมืองต่างชาติเหล่านั้นออกจากเมืองหลวงยูเครนทันที
ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ประกาศหยุดยิงในยูเครน 2 วันระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค. เพื่อรำลึกถึงการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สองในยุโรป โดยเรียกร้องให้เคียฟปฏิบัติตาม และเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ต่อเคียฟ กระทรวงฯ ยังอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนซึ่งรัสเซียมองว่ามีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะโจมตีมอสโกในช่วงการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะ
ซาคาโรวา ระบุในงานแถลงข่าววันพุธ (6) ว่า คำเตือนของมอสโกต้องได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังที่สุด โฆษกหญิงเปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ส่งบันทึกทางการไปยังคณะผู้แทนทางการทูตและองค์กรระหว่างประเทศทั้งหมดที่ประจำอยู่ในรัสเซีย โดยเรียกร้องให้ถอนเจ้าหน้าที่ออกจากเมืองหลวงยูเครน ก่อนที่จะมีการโจมตีตอบโต้เกิดขึ้น
ข้อความดังกล่าวระบุว่า “กระทรวงการต่างประเทศเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้รัฐบาลประเทศของท่าน/ผู้นำองค์กรของท่าน พิจารณาคำเตือนนี้อย่างจริงจังที่สุด และดำเนินการอพยพเจ้าหน้าที่การทูตและคณะผู้แทนอื่นๆ รวมถึงพลเรือนออกจากเคียฟอย่างทันท่วงที เนื่องจากกองทัพรัสเซียจะตอบโต้เคียฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงการโจมตีศูนย์กลางการตัดสินใจ หากยูเครนยังคงดำเนินแผนการก่อการร้ายที่เป็นอาชญากรรมต่อไป” ซาคาโรวา กล่าว
ซาคาโรวา ย้ำว่า รัสเซียตระหนักดีถึงท่าทีของชาติตะวันตกต่อวันแห่งชัยชนะ และความพยายามที่จะ “เขียนประวัติศาสตร์ใหม่” และ “ทำลายมรดกอนุสรณ์สถานของโซเวียตอย่างเป็นระบบ”
“เนื่องจากพวกเขายังคงจัดหาอาวุธให้ยูเครน พวกเขากำลังสมรู้ร่วมคิดในแผนการอาชญากรรมที่รัฐบาลเคียฟวางแผนไว้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ควรละทิ้งสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด” เธอกล่าวเสริม
ยังคงไม่แน่ชัดว่า ยูเครนจะตอบรับคำเรียกร้องของมอสโกและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 8-9 พ.ค.หรือไม่
หลังจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศเรื่องนี้ เซเลนสกี ประณามข้อตกลงหยุดยิงว่า “ไม่ยุติธรรม” และอ้างว่า “ไม่มีใครเสนออะไรอย่างเป็นทางการ” ให้กับเคียฟ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเขาประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวโดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของคืนวันที่ 5-6 พ.ค. พร้อมเสริมว่าเคียฟจะ “ตอบโต้” การกระทำของมอสโกเช่นกัน
รัสเซียไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อการประกาศของเซเลนสกี ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า ความรุนแรงของการโจมตีระยะไกลที่ทั้งสองฝ่ายกระทำนั้นลดลงบ้างแล้ว แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป แม้จะไม่มีการยืนยันใดๆ จากรัสเซียเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ เซเลนสกี เสนอ แต่ผู้นำยูเครนกลับกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกือบ 2,000 ครั้งตลอดวันพุธ (6) และเลือกที่จะ “เพิกเฉยอย่างชัดเจน…ต่อการรักษาชีวิต”
ตลอดความขัดแย้งในยูเครน รัสเซียได้ประกาศหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงวันหยุดสำคัญๆ การหยุดยิงเหล่านี้ประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกันไป โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าละเมิดข้อตกลงหลายครั้ง ตัวอย่างเช่นเมื่อเดือนที่แล้ว มอสโกประกาศหยุดยิงในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งกองทัพรัสเซียกล่าวว่ายูเครนละเมิดข้อตกลงมากกว่า 6,500 ครั้งภายในเวลาเพียง 32 ชั่วโมง
ที่มา: RT