xs
xsm
sm
md
lg

“พี่นิด” ท้อไม่ได้ ลูก 3 เป็นออทิสติก 2 / สามีที่เคยเป็นเสาหลักป่วยหนักเสียชีวิต สู้ทำน้ำสมุนไพรขายหารายได้เลี้ยงครอบครัว!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พาคุณผู้ชมไปที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ย่านมีนบุรี เพื่อรู้จัก “พี่นิด” หญิงที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต ทั้งสามีที่เคยเป็นเสาหลักล้มป่วย และการมีลูกพิการถึง 2 คน ความยากลำบากทำให้เธอรู้สึกมืดมนหมดหนทาง จนเกือบคิดสั้น แต่สุดท้ายก็ฮึดสู้เพื่อครอบครัวต่อไป




“น้องไม่รู้เรื่องเลย และพูดไม่ได้ บางทีเราลืมล็อกบ้าน เขาก็วิ่งหายไปเลย แก้ผ้าเดินออกไป เหมือนเด็กไม่รู้เรื่อง เราก็ห่วง ก็เลยต้องล็อกบ้าน”


นิด ขนันไทย หรือพี่นิด แม่ซึ่งมีลูกชาย 3 คน พูดถึงความน่าห่วงของลูกคนโตที่เป็นเด็กพิเศษ เป็นออทิสติก แม้ลูกคนที่สอง “น้องเตโช” จะเป็นเด็กปกติ แต่คนเล็กก็เป็นออทิสติกผสมสมาธิสั้น อาการหนักไม่แพ้คนโต เพียงแค่แสดงออกคนละรูปแบบ


“คนเล็กนี่ก็หนัก เหมือนคนโต ไม่นิ่งเลย ไม่พูด เวลาเขาโมโห เขาจะโยนข้าวของ กระจกตีแตกหมด เขาเป็นออทิสติกผสมสมาธิสั้น (ถาม-คนดูแลต้องเหนื่อยมาก?) เหนื่อยเลย เวลาเราให้อาหารแฟนเรา หรือดูแลแฟนเรา ก็จะมีคุณตา คุณพ่อต้องคอยช่วยดูน้องคนเล็ก แต่แกก็แก่แล้ว ก็ทำเท่าที่แกไหว”


ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของพี่นิดไม่ลำบาก เพราะสามีเป็นเสาหลักในการหารายได้ ส่วนเธอก็ให้เวลากับการดูแลลูกอย่างเต็มที่


“เริ่มต้นชีวิตเรา สามีเป็นเสาหลัก เป็นผู้รับเหมาบิวท์อินนะ ชีวิตครอบครัวเราก็เดินไปได้ดี ถึงเรามีลูกที่พิการ 2 คน แต่เขาเป็นเสาหลัก หาเงินพอเลี้ยงครอบครัวได้ ไม่ถึงกับลำบาก แต่ทีนี้ ชีวิตกลับมาพลิก คือสามีเราเกิดป่วยกะทันหัน ติดเชื้อแบคมีเรียขึ้นสมอง ก็เลยกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง”


“(ถาม-สามีป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่?) พ.ย.ปี 2567 (ถาม-อาการเป็นยังไงไม่เคยได้ยินเลยแบคทีเรียขึ้นสมอง?) เขามีอาการปวดหัวก่อน และไป รพ. หมอก็ตรวจโควิด ตรวจไข้หวัดใหญ่ ตรวจเลือด ตรวจความดันอะไรทั้งหมด ปกติหมดเลย หมอก็ให้กลับบ้าน พอกลับมา ตั้งแต่เที่ยงคืนยันสว่าง เขาก็อาเจียนไม่หยุด เราก็ย้ายไป รพ.เอกชน เพื่อจะได้วินิจฉัยดีกว่า รพ.ตามสิทธิ์ พอไป หมอไปก็ตรวจไม่เจออะไรเหมือนกัน ทีนี้ประมาณ 3 ทุ่มของวันนั้น แฟนพี่นิดก็จำอะไรไม่ได้ เบลอสับสน เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร หมอก็จับเอ็มอาร์ไอสมอง ปรากฏว่าเจอสมองบวม แต่สาเหตุก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ผ่านไปประมาณ 12 คืนได้ ทีนี้ค่ารักษาเราไม่ไหวแล้ว ก็เลยขอย้ายกลับไป รพ.ตามสิทธิ์ เขาก็เตียงเต็ม เขาเลยประสานหน่วยกลางให้ ก็ไปตกอีก รพ.หนึ่ง ไปอยู่ รพ.นั้นแค่ไม่กี่วัน เขาก็หลับไปเลย เพราะสมองตายเฉียบพลัน คุณหมอเลยเจาะน้ำในสมองไปตรวจ ก็เลยเจอว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียขึ้นสมอง”


การล้มป่วยของสามี ไม่เพียงส่งผลให้กลายเป็นผู้พิการติดเตียง แต่ยังก่อหนี้ที่เกิดจากการรักษา วิกฤตชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอ ทำให้พี่นิดถึงกับมืดมนหมดหนทาง จนอยากจบปัญหาด้วยการจบชีวิต


“ตอนนั้นมันท้อมาก ไม่อยากอยู่ ท้อเพราะลูกเราก็พิการ 2 คน และมีหนี้ก้อนโตที่รักษาแฟน และมาป่วยติดเตียงอีก เราไม่รู้ว่าจะเดินชีวิตต่อยังไง วันนั้นหนูไม่มีข้าวหุงให้ลูก มันสุดทางแล้ว เราก็นั่งคุยกับแฟนในห้อง ฉันไม่อยากอยู่แล้ว หนูก็จะกินยาล้างห้องน้ำ เพราะอยากตายทั้งสามี และลูกคนที่พิการไปให้หมดเลย จะเหลือแค่ลูกปกติไว้กับตา เพราะเราจะทิ้งภาระไว้กับใครไม่ได้ คืออยากจะไปพร้อมกันเลย ความที่เรามันเต็มที่แล้ว แต่ทีนี้ หันมามองหน้าลูกคนที่ 2 คนที่ปกติ เขามากอดเรา บอกว่า มะ(แม่) อย่าทำนะ มะยังมีผม พี่เชื่อไหม น้ำยาล้างห้องน้ำหนูหลุดจากมือเลย หนูโยนทิ้งเลย หนูปฏิญาณตัวว่าหนูไม่ทำอีกแล้ว”


น้องเตโช กับวัย 10 ขวบในวันนี้ ไม่เพียงช่วยให้แม่เลิกคิดสั้น แต่น้องยังช่วยดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยความรักและห่วงใย “น้องเป็นความหวังของครอบครัว เพราะเขาจะคอยช่วยเช็ดตัวพ่อ เปลี่ยนแพมเพิส คอยให้กำลังใจ ทุกสิ่งอย่างในโลกใบนี้ ถ้าหนูไม่มีเขา หนูก็ไม่รู้ว่า จะหายใจต่อไปยังไง”


หลังเลิกคิดสั้นโดยมีลูกคนกลางเป็นแรงใจ พี่นิดเริ่มหาวิธีที่จะทำให้ครอบครัวไปต่อได้ ด้วยการทยอยขายทรัพย์สินที่พอจะขายได้


“หนูก็ดูว่าที่บ้านมีอะไรบ้างที่พอจะขายได้ หนูก็เลยโพสต์ลงเฟซ พี่เชื่อไหมว่า ความโชคดีของหนูนะ โพสต์ไปไม่ถึง 20 นาที คนแห่เข้ามาช่วยซื้อเครื่องมือหนู เครื่องมือที่แฟนเคยใช้ทำมาหากิน ขายได้วันนั้นนะเกือบ 2 หมื่น คนเขาสงสาร ช่วยซื้อสว่าน ซื้อเครื่องมือที่เขาพอช่วยซื้อได้ เราบอกว่า หนูไม่มีข้าวให้ลูกกินแล้ว หนูไม่มีเลย เขาเข้ามาช่วยซื้อเครื่องมือเราในวันนั้น เราไม่เคยคิดเลยว่าเราจะลำบากขนาดนี้ เรามีแต่ช่วยคน ตอนแฟนพี่ดีๆ เขาก็ช่วยคนตลอด ไม่เคยคิดว่าชีวิตเราจะมาอยู่จุดนี้ แล้วพี่ก็ ความคิดที่จะฆ่าตัวตาย จากวันนั้นนะ ไม่เคยคิดเลย พี่บอกว่า ฉันต้องสู้ พี่ไปมองคนที่เขาแขนขาไม่มี ไม่มีบ้านอยู่ เขายังสู้ แล้วทำไมเรามี 2 มือ ทำไมเราจะสู้ไม่ได้”


เมื่อเป็นเสาหลักหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ ต้องดูแลอีก 5 ชีวิต ซึ่งมีทั้งคนป่วย คนพิการ และคนชรา พี่นิดพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้มีรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัว


“(ถาม-แล้วทุกวันนี้ประกอบอาชีพหรือหารายได้จากทางไหน?) ก็ขายของชำเล็กน้อย และมีทำน้ำสมุนไพรขาย (น้ำกระเจี๊ยบ,น้ำเก๊กฮวย,น้ำลำไย,น้ำพันช์) (ถาม-แต่ดูทำเลแล้วไม่น่าจะค้าขายได้สะดวก เพราะบ้านอยู่ในซอยลึกและค่อนข้างจะเงียบมาก?) มันไม่มีคน แต่เราไม่มีทางเลือก เราก็ต้องทำ ก่อนหน้านี้ก็ทำทุกอย่าง ลงลูกชิ้น ลองดูซิ ขายไม่ได้ ก็ให้ลูกกิน มันขายไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไง ทำทุกอย่าง อย่างต้มน้ำสมุนไพรขาย เราก็อาศัยว่า เผื่อมีคนใจบุญเห็นเราทำ อาจจะสั่งไปทำบุญบ้าง เรามีความหวังแบบนี้”


“(ถาม-หลังจากสามีป่วย สภาพร่างกายแกเปลี่ยนแปลงจากเดิมยังไงบ้าง?) ก็ผอมลง นอนนิ่งๆ ทำอะไรไม่ได้เลย พูดไม่ได้ มองไม่เห็น แต่หูได้ยิน กินอาหารทางสายยาง ปัสสาวะก็เจาะหน้าท้อง (ถาม-สภาพสมองแกถูกทำลายไปกี่ %) คุณหมอแจ้งว่า 100% เพราะเชื้อแบคทีเรียมันไปกินอย่างรวดเร็ว ถ้าคืนนั้นเราไม่ผ่า เขาไม่รอดนะ เราก็ผ่า เซ็นทุกอย่าง เพื่อให้เขาอยู่รอด แต่หมอก็แจ้งแล้วว่า ถ้าผ่า เขาจะนอนเป็นผักนะ แต่ความเป็นครอบครัว เขาดูแลเรา ดูแลแม่เรามา 3 ปี และไม่เคยให้เราลำบาก แม่เราป่วยติดเตียงมา 3 ปี เขาก็ดูแลมาตลอด เพราะฉะนั้นความดีเขาเยอะ หนูไม่เคยคิดทิ้งเขา หนูบอกว่า หนูจะดูแลเขาจนกว่าเขาจะไม่อยู่กับเรา หนูคิดแบบนี้เลย หนูบอกเขาเสมอว่า เขาไม่ใช่ภาระนะ ตัวเองไม่ใช่ภาระของเขานะ ตัวเองคือกำลังใจของเขา ถ้าเขาท้อ เขามาเห็นตัวเอง เขายังสู้ได้”


“(ถาม-จากวันที่เป็นแม่บ้าน ทำหน้าที่ดูแลครอบครัว แต่วันนี้ต้องเพิ่มบทบาทในการหารายได้ด้วย ความท้าทายเป็นยังไงบ้าง?) ความท้าทายคือ ฉันจะทำยังไงให้ลูกฉันมีกับข้าวกิน ทำยังไงให้แต่ละเดือนเราอยู่ได้ ค่าใช้จ่ายมันเยอะ เด็กพิเศษกับคนพิการ ค่าใช้จ่ายเขาจะมีมากกว่าคนปกติ คนปกติอะไรก็ได้ แต่เขาทุกอย่างต้องทางการแพทย์ทั้งหมด”


“(ถาม-ดูจากการขายของ มีรายได้พอเพียงกับการดูแลครอบครัวไหม?) มันไม่พอเลย รายรับมันน้อยมาก (ถาม-ยอดขายของสูงสุดวันหนึ่งได้กี่บาท?) สูงสุด 300 (ถาม-แล้วต่ำสุด?) 35 บาท (ถาม-แล้วเราบริหารยังไง?) ก็ประหยัด คืออย่างนม โรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ และศูนย์ศึกษาพิเศษ เขาก็จะเอานมโรงเรียนมาให้เรา ลูกเรา 2 คนที่เป็นออทิสติกจะกินนมเป็นหลัก ได้นมฟรีมา เราก็ประหยัดไปเยอะ ส่วนเรื่องกิน ก็จะมีบางคนบริจาคมาม่า ปลากระป๋อง ข้าวสาร เราก็ได้ตรงนั้นมาไว้กินในครอบครัว เราก็กินแบบประหยัด แค่ขอให้ลูกอิ่ม (ถาม-ทุกวันนี้กังวลใจหรือห่วงเรื่องไหนมากที่สุด?) ห่วงลูกคนที่ 2 ห่วงเพราะเขาอยากเรียน แต่เราไม่รู้ว่าเราจะส่งเขาได้ถึงไหน”


ล่าสุด สามีอาการทรุด เสียชีวิตอย่างสงบ!

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สามีพี่นิดที่ป่วยติดเตียง อาการทรุดลง จนต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. แม้พี่นิดจะหวังให้มีปาฏิหาริย์ให้สามีอาการดีขึ้นและได้กลับมาพักที่บ้านเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่เป็นดังหวัง เพราะสามีได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา รายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ขอแสดงความเสียใจกับพี่นิดมา ณ โอกาสนี้ ขอให้พี่นิดเข้มแข็งและมีกำลังใจสู้เพื่อลูกๆ ต่อไป


หากท่านใดต้องการอุดหนุนน้ำผลไม้น้ำสมุนไพรของพี่นิด ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก “นิด ขนันไทย” หรือโทรไปได้ที่ 085-181-4657 หรือหากต้องการช่วยเหลือ โอนไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.นิด ขนันไทย เลขที่บัญชี 261-0-97295-4


คลิกชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ตอน“เมื่อชีวิตพลิกผัน”
https://www.youtube.com/watch?v=ZfShd9_ZxAA


ติดตามรับชมรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ ได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.30-12.00 น. ทาง NEWS1 (กล่อง IPTV ของ NT ช่อง 64 / กล่อง AIS Play Box ช่อง 618 / กล่อง True ID ช่อง 19)

หรือรับชมรายการย้อนหลังได้ที่เพจ ฅนจริงใจไม่ท้อ https://web.facebook.com/KonJingJaimaitor/
หรือยูทูบฅนจริงใจไม่ท้อ https://www.youtube.com/channel/UCsb4sLqdHs35km4uQ_tOCjQ/videos