ศูนย์ข่าวศรีราชา -ยิ่งกว่าดาวพระศุกร์! แม่วัย 27ปี ร้อง “ปวีณา” ช่วยตามหาลูกสาวถูกพี่เลี้ยงสลับตัวนำลูกคนอื่นให้เลี้ยงนาน 3 ปี ส่วนลูกสาวแท้ๆ ของตนเองถูกส่งให้ 2 ผัวเมียชาวเมียนมา วอนตำรวจบางละมุง รื้อคดีสอบใหม่หวั่นเอียวปมค้ามนุษย์
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ ( 7พ.ค.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย น.ส.จันจิรา ไทยบัณฑิต พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ได้นำ น.ส.จอย อายุ 24 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เพื่อขอให้เร่งติดตามหาลูกสาววัย 3 ขวบ ที่หายตัวไปหลังถูกพี่เลี้ยงสลับตัวตั้งแต่ยังเป็นทารก
โดย น.ส.จอย เผยว่าหลังคลอดลูกสาวเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2565 ได้นำไปฝากให้ น.ส.วิชุดา หรือ “ส้ม” อายุปัจจุบัน 32 ปี ช่วยเลี้ยงดู และตกลงให้ค่าจ้างเดือนละ 8,000 บาท กระทั่งลูกอายุได้ 5 เดือน น.ส.ส้ม ได้นำเด็กมาคืนให้ก่อนจะขาดการติดต่อไป
และในปี 2567 ได้มีหญิงชื่อ “แอน” ติดต่อผ่านเฟซบุ๊กของตนเองพร้อมส่งคลิปวิดีโออ้างว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเด็กที่ตนเองกำลังเลี้ยงดู ซึ่งขณะนั้นมีอายุประมาณ 1 ขวบ 6 เดือนและเมื่อนำเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ ผลก็ปรากฏว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับตนเอง
ที่สำคัญจากการสอบสวน น.ส.ส้ม ยังทราบว่าได้นำลูกของตนเองเปลี่ยนสลับกับลูกแท้ ๆ ของ น.ส.จอย และได้นำลูกสาวที่แท้จริงของ น.ส.จอย ไปให้สองสามีภรรยาชาวเมียนมา เลี้ยงดู น.ส.จอย จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม ในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อหาผลกำไร ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 5 ปี เนื่องจากรับสารภาพและปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
นางปวีณา เผยว่าขณะนี้ได้ประสาน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เพื่อให้เร่งรัดติดตามตัวเด็กและตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยเฉพาะการติดตามตัวสองสามีภรรยาชาวเมียนมาที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้นำเด็กไปเลี้ยง
และยังขอให้ตำรวจติดตามตัว “น.ส.แอน” ซึ่งอ้างว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของเด็กที่ น.ส.จอย เลี้ยงดูอยู่มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หลังมีการติดต่อทางโทรศัพท์ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เพื่อหารือแนวทางดำเนินการต่อในคดี
ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เผยว่าคดีเดิมในส่วนของ น.ส.ส้ม อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แต่ในประเด็นการติดตามหาลูกสาวตัวจริงของ น.ส.จอย ตำรวจจะรื้อคดีขึ้นมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด พร้อมจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อเร่งติดตามตัวเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็วที่สุด.