xs
xsm
sm
md
lg

รฟท. เดินหน้าออกแบบรถไฟสายใหม่”สุพรรณบุรี–ชุมทางบ้านภาชี”คาดเสนอครม.อนุมัติปี 71

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รฟท. เปิดเวที รับฟังเสียงประชาชนครั้งที่ 1 รถไฟสายสุพรรณบุรี–ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 73.8 กม.เดินหน้าสำรวจ ออกแบบ และจัดทำ EIA คาดเสนอครม.อนุมัติปี 71 เร่งพัฒนาโครงข่ายทางรางของจังหวัดสำคัญ เพิ่มศักยภาพการขนส่งประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 งานสำรวจ ออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายสุพรรณบุรี-นครหลวง-ชุมทางบ้านภาชี โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ผู้บริหารการรถไฟฯ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเลิศธานี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟฯ เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายสุพรรณบุรี-นครหลวง-ชุมทางบ้านภาชี เป็นส่วนหนึ่งของแผน“ยุทธศาสตร์ระบบรางระดับประเทศ” ที่รัฐบาลได้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังถูกจัดอยู่ในแผนงานระยะเร่งด่วน (พ.ศ.2566 – 2570) โดยเป็นการพัฒนาทางรถไฟสายใหม่เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสายหลักเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มต้นจากทางรถไฟสายสุพรรณบุรี และไปสิ้นสุดที่บริเวณชุมทางบ้านภาชี ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ กับเส้นทางรถไฟสายชุมทางหนองปลาดุก - สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งระหว่างภาคใต้กับภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้สะดวกและต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเข้าไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการ ตามผลการคัดเลือกแนวโครงการในรายงานการศึกษาความเหมาะสม ด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยพื้นที่ศึกษาครอบคลุมขอบเขตในระยะทาง 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 31 ตำบล 8 อำเภอ ซึ่งแนวเส้นทางของโครงการมีต้นทางและปลายทางเชื่อมต่อกับแนวเส้นทางรถไฟเดิม


โดยเริ่มจากบริเวณป้ายหยุดรถสะแกย่างหมู อำเภอบางปลาม้า ห่างจากเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยเบี่ยงขวาแยกออกจากทางรถไฟเดิมก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 357 หรือทางเลี่ยงเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 2.7 กิโลเมตร มุ่งหน้าทิศตะวันออก ขนานทางหลวงหมายเลข 357 ข้ามแม่น้ำท่าจีน ผ่านทางหลวงหมายเลข 340 ผ่านทุ่งรับน้ำทุ่งผักไห่ ผ่านทุ่งรับน้ำทุ่งบางบาล ข้ามแม่น้ำน้อย ผ่านพื้นที่บ่อทรายขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 

จากนั้นผ่านทางหลวงหมายเลข 309 บริเวณด้านทิศใต้ห่างจากตัวเมืองอำเภอป่าโมก ประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านทางหลวงหมายเลข 347 และหมายเลข 32 ข้ามแม่น้ำลพบุรี แล้วจึงเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้ามแม่น้ำป่าสัก ที่อำเภอนครหลวง และผ่านทางหลวงหมายเลข 3036 แล้วจึงเข้าบรรจบทางรถไฟเดิมสายเหนือ-สายตะวันออกเฉียงเหนือก่อนถึงสถานีพระแก้ว ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยอยู่ห่างจากสถานีชุมทางบ้านภาชี ประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นจะก่อสร้างทางวิ่งระดับดิน เพิ่มอีก 1 ทาง ในเขตทางเดิมจนถึงย่านสถานีชุมทางบ้านภาชีเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ รวมระยะทางประมาณ 73.8 กิโลเมตร แบ่งเป็นทางรถไฟยกระดับ ประมาณ 65 กิโลเมตร และเป็นทางระดับดินประมาณ 8.8 กิโลเมตร สำหรับบริเวณที่ผ่านเข้าพื้นที่ทุ่งรับน้ำ จะถูกออกแบบให้เป็นทางรถไฟยกระดับ เพื่อป้องกันน้ำท่วม


นายอรรถพล กล่าวว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งนี้ เป็นการนำเสนอ�ร่างข้อเสนอโครงการ รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และแนวทางการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาของโครงการให้มีความครบถ้วน รอบด้าน และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้กำหนดจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมคาลิปโซ่ เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ให้ครอบคลุมตลอดแนวเส้นทางโครงการ โดยหลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว การรถไฟฯ จะรวบรวมข้อมูลนำไปเป็นแนวทางในพัฒนาปรับปรุงโครงการ เพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และคาดว่าสามารถนำเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณภายในปี 2571


โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางราง เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางในภูมิภาค รองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่