ซาอุดีอาระเบียและคูเวต ยกเลิกข้อบังคับต่างๆที่จำกัดสหัฐฯจากการใช้ฐานทัพและน่านฟ้าของพวกเขา ซึ่งกำหนดขึ้นหลังอเมริกาเริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือ โดยมีเป้าหมายกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล ในวันพฤหัสบดี(7พ.ค.)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการรื้อถอนอุปสรรคสำคัญออกไปจากประธาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่พยายามหาทางคุ้มกันเรือสินค้าทั้งหลายที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำที่สำคัญยิ่งในทางยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความตึงเครียดขั้นสูงสุดกับอิหร่าน
วอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและซาอุดีอาระเบีย รายงานว่ารัฐบาลของทรัมป์กำลังเตรียมการกลับมาเดินเครื่องปฏิบัติการคุ้มกันทางทะเล แก่เรือพาณิชย์ทั้งหลายที่ล่องผ่านช่อแคบฮอร์มุซ ภายใต้การสนับสนุนของกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอเมริกา
ภารกิจดังกล่าวต้องหยุดชะงักไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ หลังเปิดปฏิบัติการไปได้แค่ 36 ชั่วโมง
"พวกนักวางแผนของเพนตากอน เวลานี้กำลังประเมินกรอบเวลาของการกลับมาปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบางส่วนบ่งชี้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจกลับมาเริ่มอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้เลย" ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างอิงเจ้าหน้าที่อเมริกา
ความตึงเครียดในภูมิภาคโหมกระพือขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กระตุ้นให้เตหะรานโจมตีแก้แค้นใส่อิสราเอล เช่นเดียวกันบรรดาพันธมิตรของอเมริกาในอ่าวเปอร์เซีย รวมไปถึงปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อตกลงหยุดยิงที่มีปากีสถานเป็นคนกลางมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เมษายน แต่การเจรจาในอิสลามาบัดล้มเหลวในการก่อข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน ต่อมา ทรัมป์ ได้ขยายข้อตกลงหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่กำหนดเส้นตายใดๆ
ขณะเดียวกันนั้น สหรัฐฯ กำหนดมาตรการปิดล้อมท่าเรือต่างๆของอิหร่าน เล็งเป้าเล่นงานการสัญจรทางทะเลของเตหะรานในช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน
ในวันอังคาร(5พ.ค.) ทรัมป์แถลงว่า สหรัฐฯ จะระงับปฏิบัติการ "โปรเจ็คฟรีดอม" สำหรับกอบกู้เสรีภาพการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการชั่วคราว แต่มาตรการปิดล้อมของอเมริกา จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มกำลัง
(ที่มา:อนาโดลู/วอลล์สตรีท เจอร์นัล)