สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ค.)โดยอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า บริษัทที่เชื่อมโยงกับโครงการปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติของไทยถูกสงสัยว่ามีส่วนช่วยลักลอบนำเข้าเซิร์ฟเวอร์ Super Micro Computer มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบรรจุชิป Nvidia ขั้นสูงไปยังประเทศจีน
ผู้ซื้อคนกลางเป็นบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งอัยการเรียกว่า "บริษัทที่ 1" โดยบลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวระบุว่า เป็นบริษัท OBON Corp ที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพมหานคร
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิง (Alibaba Group Holding) เป็นหนึ่งในลูกค้าปลายทาง
โฆษก Nvidia ระบุในอีเมลที่ส่งถึงรอยเตอร์ว่า บริษัทคาดหวังว่าพันธมิตรในระบบนิเวศจะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดในทุกระดับ และบริษัทจะยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลเพื่อบังคับใช้กฎระเบียบต่อไป
ในขณะเดียวกัน อาลีบาบาได้ชี้แจงกับรอยเตอร์ว่า ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Super Micro, OBON หรือโบรกเกอร์บุคคลที่สามใด ๆ ที่ถูกกล่าวถึงในคำฟ้อง และยืนยันว่าชิป Nvidia ที่ถูกแบนไม่เคยถูกนำมาใช้ในศูนย์ข้อมูลของตน
Super Micro ยังไม่ตอบคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันที ขณะที่ OBON ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้
เมื่อเดือน มี.ค. กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหา Yih-Shyan Liaw ผู้ร่วมก่อตั้ง Super Micro, Ruei-Tsang Chang ผู้จัดการฝ่ายขาย และ Ting-Wei Sun ผู้รับเหมา ในข้อหาดำเนินแผนการลักลอบนำเซิร์ฟเวอร์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ผ่านไต้หวันไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะถูกบรรจุใหม่ในกล่องที่ไม่มีเครื่องหมาย และลักลอบนำเข้าจีน
อัยการกล่าวหาว่ามีการเคลื่อนย้ายเทคโนโลยีเอไอของสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 2,500 ล้านดอลลาร์ รวมถึงมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ที่จัดส่งระหว่างเดือน เม.ย. ถึงกลางเดือน พ.ค. ปี 2025
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า เซิร์ฟเวอร์มูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์ที่ขายให้กับ OBON บางส่วนถูกส่งไปยังอาลีบาบา
ในปี 2022 สหรัฐฯ สั่งห้ามการส่งออกชิปประสิทธิภาพสูงจาก Nvidia ไปยังจีน ท่ามกลางความกังวลว่าชิปเหล่านั้นอาจถูกนำไปใช้ในทางทหาร แต่ได้อนุมัติการขายชิปรุ่น H200 ที่ทรงพลังเป็นอันดับ 2 ของ Nvidia ในเดือน ม.ค. ปีนี้ ภายใต้เงื่อนไขบางประการ
นอกจากนี้ในเดือน มี.ค. ผู้ถือหุ้นของ Super Micro ได้ฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ในซิลิคอนแวลลีย์ โดยกล่าวหาว่าบริษัทฉ้อโกงหลักทรัพย์ด้วยการปกปิดการพึ่งพาการขายสินค้าไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายส่งออกของสหรัฐฯ
ที่มา: รอยเตอร์