“วีระ สมความคิด” จวก “อนุทิน” จับมือ “ฮุน มาเนต” ถามคนไทยหรือยัง พร้อมให้อภัยเขมรหรือไม่ ที่เคยสร้างความสูญเสียให้ไทย ช่วงการรบเมื่อปี 68 ชี้คำพูดนายกฯ พร้อมเปิดบทใหม่ความสัมพันธ์ ส่งสัญญาณเปิดด่านเร็วๆ นี้ หรือไม่
นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” แสดงความไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม 3 ฝ่ายกับสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาลไทยต่อความสัมพันธ์กับกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนเมื่อปี 2568
นายวีระ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า “ไทยพร้อมทำงานร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม” พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลได้สอบถามความรู้สึกของประชาชนไทยแล้วหรือไม่ ว่าพร้อมให้อภัยกัมพูชาหรือยัง จากกรณีที่กองทัพกัมพูชายิงจรวดเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเหตุปะทะที่ทำให้ทหารไทยเสียชีวิตเกือบ 40 นาย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยนาย
นอกจากนี้ นายวีระยังเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า “ถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันมองไปข้างหน้า และเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์” โดยมองว่าอาจเป็นสัญญาณการเร่งเปิดด่านชายแดน ทั้งที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ได้แสดงความจริงใจต่อประชาชนไทยอย่างชัดเจน
นายวีระยังกล่าวอีกว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงมีความตึงเครียด และมีข่าวการยั่วยุจากฝ่ายทหารกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับการเมืองภายในกัมพูชา โดยระบุว่า การเลือกตั้งใหญ่ของกัมพูชาในปีหน้า อาจเป็นแรงจูงใจให้ฝ่ายการเมืองกัมพูชาใช้ประเด็นชายแดนเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง
ช่วงท้ายของโพสต์ นายวีระ ตั้งข้อสงสัยว่า ผู้มีอำนาจของทั้งสองประเทศอาจได้รับผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน พร้อมตั้งคำถามว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาเป็นเพียง “การแสดงละคร” หรือไม่ และประชาชนทั้งสองประเทศอาจตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองดังกล่าว.
รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊ก Veera Somkwamkid
นายกฯ อนุทิน ไปตกลงร่วมประชุม 3 ฝ่ายกับไอ้ฮุนมาเน็ต ว่า "ไทยพร้อมทำงานร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม"
ทั้งหมดนี้นายกฯอนุทิน ถามประชาชนไทยโดยส่วนใหญ่แล้วหรือยัง? ว่าคนไทยพร้อมจะยกโทษให้เขมรแล้วหรือยัง? กรณีที่กองทัพเขมรยิงจรวดเข้ามาฆ่าคนไทยจำนวนนับสิบชีวิตในเดือนกรกฎาคม 2568 และกรณีกองทัพเขมรเป็นฝ่ายก่อสงครามขึ้นมาก่อน จนทำให้ทหารไทยที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ต้องเสียชีวิตไปถึงเกือบ 40 นาย บาดเจ็บอีกหลายร้อยนาย
สรุป เขมรพวกมึงจะชดใช้ และรับผิดชอบในความสูญเสียและเสียหายต่อชีวิตของทหารและประชาชนไทยอย่างไร?
ที่สำคัญนายกฯอนุทิน พูดว่า "ถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันมองไปข้างหน้า และเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย" นั้น หมายความว่า นายกฯอนุทินจะรีบเปิดด่านกับเขมรใช่หรือไม่? ทั้งๆที่เขมรมันยังไม่ได้แสดงความจริงใจ ความสุจริตใจ ให้ประชาชนไทยได้เห็นเลยแม้เพียงสักครั้ง ซึ่งความเป็นจริงที่ปรากฏ ตามสื่อมวลชนอยู่ทุกวัน จะมีแต่ข่าวทหารเขมรยังยั่วยุ ท้าทายกองทัพไทยอยู่ตลอดเวลา
ในกลางปีหน้าเขมรจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ฮุนเซน มันต้องการคะแนนเสียง หากมันสามารถบีบบังคับให้ไทยยอมเปิดด่าน และบีบให้ไทยต้องยอมคืนแผ่นดินที่ทหารไทยไปยึดเอามาจากเขมร (แผ่นดินดังกล่าวทั้งหมดเป็นของไทย ที่ถูกเขมรมาบุกรุกแย่งยึดเอาไป) ในการรบทั้งสองครั้งในปี 2568 หากไทยพลาดพลั้ง ยอมทำตามที่เขมรมันต้องการ ฮุนเซ็นมันก็หวังจะได้กลับเข้ามามีอำนาจอีกต่อไป ซึ่งมันเชื่อว่าจะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจทั้งสองประเทศ ต่างได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบทางการเมือง มันเป็นการแสดงละคร ใช่หรือไม่? ประชาชนทั้งสองประเทศล้วนเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกให้หลงเชื่อไปตามเกมของพวกมึง ใช่หรือไม่?