หลังจากบรรลุข้อตกลงในการจัดหาน้ำมันรัสเซีย 150 ล้านบาร์เรล ทางอินโดนีเซียยังกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) จากรัสเซีย จากการเปิดเผยของบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่อินโดนีเซีย
"สำหรับน้ำมันนั้น มีข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีโอกาสเกิดขึ้นเช่นกัน" รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่อินโดนีเซียกล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวในจาการ์ตา
รัฐมนตรีรายนี้บอกว่าปัจจุบัน อินโดนีเซียมุ่งเน้นให้ความสำคัญเป็นหลักกับการรับประกันเสถียรภาพอุปทานพลังงานของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและภัยคุกคามต่อห่วงโซ่อุปทานที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ ลาฮาดาเลีย เปิดเผยว่าน้ำมันรัสเซียจะเดินทางมาถึงอินโดนีเซีย "ในอนาคตอันใกล้นี้" ภายใต้ข้อตกลงต่างๆนานา ที่เห็นพ้องต้องกันในการพูดคุยระหว่างประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยปริมาณอุปทานโดยรวมเทีบบเท่ากับ 150 ล้านบาร์เรล
ข่าวคราวการพิจารณาสั่งซื้อของอินโดนีเซีย มีขึ้นหลังจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ระบุรัสเซียเสนอป้อนก๊าซธรรมชาติเหลวจากโครงการ Arctic LNG 2 ไปยังบรรดาผู้ซื้อในเอเชียใต้ แต่โครงการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งนี้ อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ, อียูและสหราชอาณาจักร
บลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวในเวลานั้น ระบุว่ารัสเซียเสนอขายแอลเอ็นจี แบบลดราคาสูงสุดถึง 40% จากราคาตลาดปัจจุบัน ในขณะที่ราคาแอลเอ็นจีพุ่งสูงขึ้นเมื่อไม่นานที่ผ่านมา สืบเนื่องจากความปั่นป่วนทางอุปทาน ผลจากสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน
ตามรายงานของบลูมเบิร์กระบุว่าก๊าซแอจเอ็นจีเหล่านี้เป็นการนำเสนอขายผ่านบรรดาบริษัทคนกลางจากจีนและรัสเซีย ซึ่งตัวแทนของพวกเขาอ้างว่าสามารถสำแดงเอกสาร ที่ระบุว่าก๊าซ แอลเอ็นจีนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศผู้ส่งออกก๊าซแอลเอ็นจีอื่นๆ เช่น โอมานและไนจีเรีย
(ที่มา:เอเจนซี)