xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.น.ชี้ ปืนสวัสดิการ หากซื้อขายถือว่าไม่ถูกต้อง ถ้าผิดจริงโดนฟันทั้งวินัย-อาญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผบช.น. เผยปืนตำรวจเกี่ยวข้องคดีคลังแสง “หมิงเฉิน ซัน” เป็นปืนสวัสดิการ หากซื้อขายถือถือว่าไม่ถูกต้อง ถ้าผลสอบพบผิดจริงต้องโดนดำเนินคดีทางวินัยและอาญา

วันนี้ (11 พ.ค.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงคดีการจีบกุมนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน พร้อมตรวจยึดอาวุธสงคราม กระสุนปืน และระเบิดจำนวนมาก ว่า อาวุธปืนที่ตำรวจตรวจพบเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เป็นอาวุธปืน 1 กระบอกเป็นอาวุธปืนของตำรวจ สน.สายไหม ซื้อจากสวัสดิการของ บช.น. ตั้งแต่ปี 2545 เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 เป็นปืนสวัสดิการ และเป็นอาวุธปืนประจำตัวสำหรับใช้ส่วนตัว โดยมีระบุห้ามเปลี่ยนมือ ถือเป็นปืนมรดก หากมีการซื้อขายถือว่าไม่ถูกต้อง

ส่วนกรณีมีการขายต่อเป็นทอดๆ หลายทอดนั้น บช.น.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรายงานต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่ามีการซื้อขายไม่ถูกต้อง การครอบครองผิดกฎหมาย หรือมีความผิดทางวินัยหรืออาญาหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการจะรายงานผลให้ทราบต่อไป

เมื่อถามว่าอาวุธปืนที่ถูกขายต่อหลายทอดจะมีการเรียกสอบทั้งหมดหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า จะมีการเรียกสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคนจีนดังกล่าวด้วย ตามใบ ป.4 ระบุว่าเป็นการตกทอดเป็นมรดก ส่วนการขายต่อจะผิดอย่างไรนั้น ต้องรอผลตรวจสอบจากคณะกรรมการ ทั้งพยานหลักฐาน วัตถุพยาน และเอกสารว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยพบว่ามีประมาณ 3 ทอด หากพบความผิดจะดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างไม่ละเว้น

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีการปล่อยปืนทอดแรกเพื่อใช้เงินในครอบครัว แต่ต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนสวัสดิการของตำรวจ ซึ่งมีวงรอบการตรวจสอบอยู่แล้ว และห้ามซื้อขาย เว้นแต่กรณีตกทอดเป็นมรดก

ส่วนกรณีอาวุธปืนสงครามที่ตรวจพบเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนของตำรวจ สน.สายไหม หรือไม่นั้น ผบช.น. กล่าวว่า หลังได้รับรายงานและคำสั่งจาก ผบ.ตร. ได้สั่งให้ตรวจสอบพื้นที่บ้านเลขที่ และบ้านอดีตภรรยาแล้ว ยังไม่พบอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ยังต้องตรวจสอบความเชื่อมโยงทั้งหมด รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ให้ความสำคัญกับการป้องกันความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยสั่งให้ บก.สส.บช.น. และกก.บก.น.3 สืบสวนขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

เมื่อถามถึงที่มาของอาวุธปืนตั้งแต่ปีใดนั้น ขอให้คณะกรรมการตรวจสอบให้ชัดเจน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้ครอบครองคนจีน ว่าผ่านมือใครบ้าง และมีเจตนาใด โดย ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับให้กวดขันการจับกุมอาวุธปืนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว รวมถึงมีคำสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามว่าอาวุธปืนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า บช.น. ได้ประสานกับ บช.ภ.2 ในการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุร้าย ส่วนผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรเป็นสิทธิของเขา แต่ตำรวจมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวง และต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากมีงานสำคัญปลายปีนี้

ทั้งนี้ ย้ำว่าต้องป้องกันทุกมิติ ทั้งเหตุกราดยิงและการใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยต้องดำเนินการตรวจค้นตามวงรอบ ขณะที่ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่ตำรวจต้องทำหน้าที่ป้องกันความปลอดภัยสูงสุด ส่วนข้อสงสัยเรื่องการให้การไม่ตรงข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพเรือและตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เพื่อขยายผลต่อไป โดยย้ำว่ากรุงเทพมหานครต้องยกระดับมาตรการความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก