xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯสั่งขยายผลจีนเทาถือบัตรชมพูย้ำทะเบียนราษฎร์ยังปึ๊ก จี้ฟันสะสมอาวุธสงคราม หาจุดสมดุลฟรีวีซ่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"อนุทิน" สั่งขยายผลเครือข่ายจีนเทาถือบัตรชมพู ย้ำระบบทะเบียนราษฎร์ยังปึ๊ก! สั่งเช็กบิลขบวนการสะสมอาวุธสงคราม ลั่นอย่า "แกล้งเซ่อ" ใครทุจริตขายบัตรปชช.ต้องรับโทษถึงที่สุด กางแผนทบทวน "ฟรีวีซ่า" หาจุดสมดุลความมั่นคงกับการกระตุ้นศก. วอนอย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน

วันนี้ (11พ.ค.) เมื่อเวลา 12.35 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสังคมตั้งคําถามถึงความหละหลวมในการออกทะเบียนราษฎร หลังพบว่าชาวจีนที่ถูกจับพร้อมอาวุธสงคราม ถือบัตรประจําตัวไม่มีสัญชาติไทย( บัตรสีชมพู ) ว่า ขณะนี้การออกทะเบียนราษฎร์ การโอนสัญชาติทุกอย่างเข้มข้นมาก กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา ตนไม่ขอเอ่ยชื่อเพราะเคารพในสิทธิส่วนบุคคล เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีการให้สัญชาติอะไร อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน เรื่องนี้ไม่จําเป็นต้องสังคยานาใหม่ เพราะกฎระเบียบดีอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าให้คนที่มีปัญหาทำผิดกฎหมาย มีประวัติไม่ดีเข้ามาในสารระบบ และอย่าแกล้งเซ่อ เพราะว่ามันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบของระบบราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็แกล้งทั้งนั้น ต้องดําเนินการลงโทษไม่รู้กี่คนแล้ว อย่างเช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการเอาบัตรประชาชนไปขาย นายอําเภอที่เกี่ยวข้องก็ถูกดําเนินคดีให้ออกจากการราชการแล้ว ใครทำผิดก็ใช้กระบวนการทางกฎหมายดําเนินการ

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รายงานความคืบหน้ากรณีการจับกุม นายหมิงเฉินซัน ชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงคราม ที่จังหวัดชลบุรี แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการรายงานมาแล้วตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีการขยายผล ตนได้คุยกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติว่าคนที่สะสมอาวุธร้ายแรงเป็นงานอดิเรกนั้น ตามกฎกฎหมายขณะนี้ทําไม่ได้ เพราะตนออกระเบียบห้ามการพกพาอาวุธ ห้ามซื้อห้ามออกใบอนุญาต ตั้งแต่เป็น รมว.มหาดไทย 2-3 ปีที่แล้ว จะทําเป็นงานอดิเรกก็มีข้อยกเว้น และตนบอก ผบ.ตร ไปว่าหากเป็นเรา ไปทําเช่นนี้ในต่างประเทศจะได้กลับประเทศหรือไม่ คงเป็นเรื่องราวใหญ่โต ฉันใดก็ฉันนั้นเรื่องนี้ต้องขยายผลไปให้ถึงเครือข่าย จนกว่าเราจะมั่นใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ต่อประเทศไทยและคนไทย

เมื่อถามว่า จําเป็นต้องทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กําลังทบทวนอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องชั่งน้ําหนักไม่ใช่ว่าฟรีเข้ามาแล้วไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย ตอนที่ยังไม่มีนโยบายก็มีคําถามว่าทําไมไม่ปล่อยวีซ่า เราต้องหาจุดที่ลงตัว อย่าเอากรณีที่เกิดขึ้น 2-3 เคส ไปเปรียบเทียบทั้งหมด เราสามารถสร้างรายได้จากคนเป็นแสนเป็นล้านคน อย่ามีปัญหาแค่ร้อยคน ก็ไปแก้ปัญหาที่ร้อยคนนั้น