นราธิวาส - คืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดขบวนรถทหารพราน เจ้าหน้าที่เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ยังเจ็บอีก 2 ราย ชาวบ้านโดนลูกหลงด้วย 2 ราย พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถังแก๊สหนัก 50 ก.ก. หลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ขณะทำหน้าที่นำคณะ ผบ.กกล.ทพ.จชต.ไปตรวจเยี่ยมหน่วย
วันนี้ (11 พ.ค.) ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถทหารพรานในพื้นที่บ้านไม้ฝาด ต.กายูคละ อ.แว้ง ซึ่งทำให้ทหารพรานบาดเจ็บ 3 นายนั้น ล่าสุด ส.อ. อดิศร คำบุญช่วย หนึ่งในทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ส่วนอีก 2 นาย คือ จ.ส.อ.คมกฤษ ฤทธิ์ธาภัย ได้รับบาดเจ็บ และ อส.ทพ.พงศกร แสนบุญมี ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกสะเก็ดระเบิดและร่างกายกระแทกกับตัวรถ
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายนิพัฐพนธ์ เตียวเจริญธรรม และนายอศักดินันท์ อาแว ได้รับบาดเจ็บจากรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ
ทั้งนี้ มีความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้ พ.ต.อ.เฮรามาน เจ๊ะดี ผกก.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งเมื่อเวลา 10.30 น.ว่า มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์กระบะของทหารพรานหน่วยฉพาะกิจกรมทหารที่ 11 ชุดปฏิบัติการพรานที่ 1106 บนถนน 4057 ช่วงบริเวณบ้านไม้ฝาด ม.8 ต.กายูคละ ทำให้มีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
พ.ต.อ.เฮรามานได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดหตุพร้อมกับ พ.อ.ปุณศิริ แพร่ธนาเรือง ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 11 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดใต้ท่อลอดกลางถนน โดยคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในภาชนะถังแก๊สหุงต้มหนัก 50 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง หลุมระเบิดลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจายเกลื่อนบนถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง โดยมีกันชนของรถยนต์กระบะหุ้มเกราะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนตกอยู่ข้างหลุมระเบิด 1 อัน
ที่ริมถนนฝั่งขาเข้า อ.แว้ง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ในสภาพหงายท้อง ล้อชี้ฟ้า ส่วนตรงกลางของรถยนต์กระบะซึ่งเป็นคัสซีทั้ง 2 ข้างงอจนรถยนต์กระบะเสียสูญไม่สามารถใช้งานได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.อ.ปุณศิริ แพร่ธนาเรือง ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 11 ได้สั่งการให้ จ.ส.อ.คมกฤษ ฤทธิ์ธาภัย หัวหน้าชุดนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ นำรถยนต์กระบะไปรับคณะของ พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก
จากนั้น จ.ส.อ.คมกฤษ ฤทธิ์ธาภัย ได้สั่งกำลังนั่งรถยนต์ปิดหัวท้ายคณะ เพื่อนำ พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.กกล.ทพ.จชต. ไปตรวจเยี่ยมหน่วยกรมทหารพรานที่ 11 ซึ่งตั้งอยู่ ต.บูเก๊ะตา อ.แว้ง เมื่อถึงที่เกิดเหตุในระหว่างที่รถยนต์ของทหารพรานที่นำคณะและรถยนต์ของ พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง แล่นผ่าน คนร้ายที่คาดว่าแอบแฝงตัวซุ่มอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ท่อลอด จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ของ จ.ส.อ.คมกฤษ ฤทธิ์ธาภัย ซึ่งทำหน้าที่ปิดท้ายคณะแล่นผ่าน จึงถูกระเบิดเข้าอย่างจังที่บริเวณใต้ท้องรถ จนรถยนต์พลิกคว่ำหงายท้องชี้ฟ้า
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากจุดเกิดหตุในช่วงที่ผ่านมา คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่มาแล้วหลายครั้ง