xs
xsm
sm
md
lg

บิทคอยน์พลิกกลับ 2.3% แซงทองคำและ S&P 500 หลัง “ทรัมป์” ปัดตกข้อเสนอสันติภาพอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สมรภูมิสหรัฐฯ-อิหร่านลามป่วนกระดานเทรดโลกอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สวนกลับข้อเสนอสันติภาพจากเตหะรานแบบไร้ไมตรี ส่งผลให้บิทคอยน์ร่วงแรงเกือบ 1,000 ดอลลาร์ใน 45 นาที ก่อนทะยานสวนกลับเหนือ 82,000 ดอลลาร์ภายใน 3 ชั่วโมง ล้างสถานะชอร์ตนักลงทุนกว่า 64 ล้านดอลลาร์ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ สัปดาห์นี้สองหมากสำคัญในวุฒิสภาสหรัฐฯทั้งการโหวตรับรองประธานเฟดคนใหม่ และการเข็นร่างกฎหมายคริปโต CLARITY Act จะเป็นแรงหนุนแข็งแกร่งให้ราคายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ย้อนนับจากวันเปิดฉากสงคราม บิทคอยน์ผลตอบแทนพุ่งแซง S&P 500 และทองคำแล้วถึง 29.7%

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถูกเร่งดีกรีขึ้นไปอีกขั้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ด้วยถ้อยคำที่เฉียบขาดไร้เยื่อใยว่า “รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” (TOTALLY UNACCEPTABLE) จุดพลุให้เกิดแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงในตลาดการเงินโลกอีกครั้งในรอบ 10 สัปดาห์ของสงคราม

ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า ราคาบิทคอยน์ทรุดตัวลงจาก 81,430 ดอลลาร์สหรัฐ ไปแตะระดับ 80,520 ดอลลาร์ ภายในระยะเวลาเพียง 45 นาที หลังจากถ้อยแถลงของทรัมป์ ก่อนที่จะเกิดแรงซื้อกลับอย่างดุเดือดฉุดให้ราคาเหวี่ยงตัวขึ้น 2.3% ทะยานไปปิดเหนือ 82,347 ดอลลาร์ ในอีกไม่ถึงสามชั่วโมงถัดมา การกลับตัวแบบฉับพลันของราคากลายเป็นฝั่งขาลง โดยข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่าในช่วง 4 ชั่วโมงของความผันผวนดังกล่าว มูลค่าสถานะชอร์ต (Short Position) ของบิทคอยน์ถูกบังคับปิดหรือ “ล้างพอร์ต” ไปกว่า 64 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงการถูกบีบอัดครั้งใหญ่ของฝ่ายที่เดิมพันผิดทาง

ที่มา : rapid response 47
ไม่ใช่แค่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสั่นสะเทือน ตลาดน้ำมันดิบซึ่งอ่อนไหวโดยตรงกับภูมิศาสตร์การเมืองบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นทางผ่านของอุปทานน้ำมันถึงหนึ่งในห้าของโลก ราคาพุ่งขึ้นอีก 4.6% ไปแตะ 98.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามแรงถ้อยแถลงของทรัมป์ที่ตอกย้ำว่าสงครามยังห่างไกลจากฉากจบ ด้านดัชนีฟิวเจอร์ส S&P 500 ขยับขึ้น 0.13% ภายหลังจากตลาดเปิดทำการประมาณสองชั่วโมง ประคองทิศทางอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์

ความหวังที่จะเห็นการยุติความขัดแย้งในเร็ววันถูกดับวูบลง ไม่เพียงจากจุดยืนของทำเนียบขาว แต่ยังมาจากการประกาศของ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่ย้ำชัดว่าสงครามจะไม่สิ้นสุดจนกว่าสถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านจะถูกรื้อถอนจนหมดสิ้น ซึ่งเป็นจุดยืนที่ลดทอนความเป็นไปได้ในการเจรจาทุกช่องทาง

ขณะที่ภาพรวมภูมิรัฐศาสตร์ยังเต็มไปด้วยควันไฟ มุมมองเชิงโครงสร้างของบิทคอยน์ในสัปดาห์นี้กลับได้รับแรงหนุนที่มีน้ำหนักมากกว่าความขัดแย้ง เมื่อนายมาร์คุส ธีเลน (Markus Thielen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ 10x Research ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า มี “สองตัวเร่งปฏิกิริยาที่โดดเด่นประจำสัปดาห์นี้” ที่จะเข้ามาค้ำจุนราคาบิทคอยน์เหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์

ตัวเร่งแรกคือ การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันจันทร์เพื่อรับรอง นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดย ธีเลน ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ “วอร์ชถูกมองอย่างกว้างขวางว่ามีท่าทีที่แข็งกร้าว (Hawkish) ต่อเงินเฟ้อมากกว่า” นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน แต่การที่กระบวนการรับรองดำเนินไปอย่างราบรื่นจะช่วย “ขจัดความไม่แน่นอนที่ปกคลุมอยู่ (Uncertainty Overhang)” ออกไปจากตลาดการเงิน

ตัวเร่งที่สอง ซึ่งมีความสำคัญเชิงรากฐานต่ออุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง คือการประชุมคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภา (Senate Banking Committee) เพื่อทำการพิจารณาเชิงรายละเอียด (Markup) ร่างกฎหมาย “CLARITY Act” ในวันพฤหัสบดี โดยธีเลนได้อธิบายว่านี่คือ “กฎหมายคริปโตที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี” และอาจเป็น “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด”

การเปลี่ยนแปลงราคาของบิทคอยน์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่มา: CoinGecko
“ทั้งสองเหตุการณ์โน้มเอียงไปในทิศทางที่เป็นบวกต่อบิทคอยน์ ซึ่งความชัดเจนทางกฎระเบียบจะช่วยลดอุปสรรคเสียดทานของสถาบันการเงิน และการเปลี่ยนผ่านผู้นำเฟดที่ราบรื่นจะป้องกันความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ซึ่งโดยปกติแล้วคือปัจจัยที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยง” ธีเลนสรุป

เมื่อมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศและสามารถลอบสังหารอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน บิทคอยน์ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสมรภูมิสงครามนี้แล้วถึง 29.7% ทำผลงานได้เหนือกว่าทั้งดัชนีหุ้น S&P 500 และราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถช่วงชิงส่วนต่างที่สูญเสียไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อนที่บิทคอยน์เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 126,080 ดอลลาร์กลับคืนมาได้บางส่วน

ปรากฏการณ์ราคาที่สวนกระแสสินทรัพย์ดั้งเดิมในยามสงคราม ตอกย้ำสมมติฐานที่ว่าเมื่อระเบียบโลกสั่นคลอนและระบบการเงินเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ สินทรัพย์ดิจิทัลหมายเลขหนึ่งกำลังถูกนิยามใหม่ให้เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือก” ที่ไม่ถูกอายัดโดยคำสั่งของรัฐใด