ราคาน้ำมันขยับขึ้นเกือบ 3% ในวันจันทร์(11พ.ค.) และทองคำปิดในกรอบแคบๆ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ บอกว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน "อยู่ในภาวะที่ต้องใช้เครื่องพยุงชีพ" ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มยังถูกปิดตายเป็นส่วนใหญ่และสงครามไม่มีท่าทีถึงจุดจบ ขณะที่วอลล์สตรีทปรับขึ้นเล็กน้อย จับตาข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 2.65 ดอลลาร์ ปิดที่ 98.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฏาคม เพิ่มขึ้น 2.92 ดอลลาร์ ปิดที่ 104.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น้ำมันดิบทั้ง 2 สัญญา ขยับลงถึง 6% ในความหวังว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 10 สัปดาห์จะยุติลงในทันที ซึ่งจะเปิดทางให้กลับมาขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามในวันจันทร์(11พ.ค.) ทรัมป์ บอกว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน "อยู่ในภาวะที่ต้องใช้เครื่องพยุงชีพ" หลังแสดงความเห็นเกรี้ยวกราดใส่ข้อเสนอตอบกลับของอิหร่าน ที่มีต่อข้อเสนอของสหรัฐฯว่า "โง่เขลา"
ราคาทองคำปิดในกรอบแคบๆในวันจันทร์(11พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน นักลงทุนประเมินสถานการณ์ด้านการทูตระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และข้อมูลเงินเฟ้ออันสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 2.00 ดอลลาร์ หรือ 0.04 % ปิดที่ 4,728.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์(11พ.ค.) ปรับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อาจดีดตัวขึ้น จากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่หยุดชะงักระหว่างอเมริกากับอิหร่าน
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 95.31 จุด (0.19 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,704.47 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 13.91 จุด (0.19 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,412.84 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 27.05 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,274.13 จุด
ในขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการบริษัทใกล้หมดลงแล้ว นักลงทุนจึงหันไปให้ความสนใจกับเศรษฐศาสตร์มหภาคและสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์แทน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ไม่พอใจกรตอบกลับของอิหร่านล่าสุดที่มีต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ เป็นผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นและก่อความกังวลว่าความขัดแย้งที่ลากยาวอาจโหมกระพือเงินเฟ้อหนักหน่วงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาน้ำมันตามหน้าปั๊ม บริเวณที่พวกผู้บริโภครับรู้ถึงผลกระทบได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังให้ความสนใจไปที่ตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจต่างๆนานาที่จะเผยแพร่ออกมาในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาผู้บริโภคของกระทรวงแรงงานและข้อมูลค้าปลีกจากกระทรวงพาณิชย์ พินิจพิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูสัญญาณว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นในปัจจุบัน กำลังลุกลามไปสู่ภาวะเงินเฟ้อในวงกว้างหรือส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากแค่ไหน
(ที่มา:รอยเตอร์ส)