“สีหศักดิ์” ไม่ทราบกัมพูชาแอบขึ้นทะเบียน MOU44 ที่ยูเอ็น ก่อนไทยยกเลิก ชี้ เอาไปเป็นหลักฐานอ้างเส้นเขตแดนไม่ได้ เพราะไทยยกเลิกไปแล้ว ต้องคุยกันภายใต้ UNCLOS ย้ำ หากเส้นตามหลักกฎหมายสากล เกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว
วันที่ 12 พ.ค. เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยหาของป่าในข้อหาลักลอบข้ามแดน ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการ เรื่องการให้ความช่วยเหลือในเรื่องของทนายความ ซึ่งขณะนี้มีการประสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนกรณีที่ทางการกัมพูชาขึ้นทะเบียนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ปี 2001 หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 2544 ต่อองค์การสหประชาชาติ เพื่อเป็นหลักฐานเรื่องเส้นเขตแดน ก่อนที่รัฐบาลไทยจะประกาศยกเลิกนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า กัมพูชา ปัจจุบันเป็นรัฐภาคีของกฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบเดียวกันกับที่เราจะพูดคุย ในขณะที่ MOU 2544 เราก็ยกเลิกไปแล้ว การเจรจาภายใต้ UNCLOS เป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องเสียเวลา แต่ยังไม่ควรที่จะสรุปว่าจะใช้กลไกใด
เมื่อถามว่า การที่กัมพูชาไปขึ้นทะเบียน MOU 2544 เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานถึงเส้นเขตแดนที่กัมพูชาลากผ่านเกาะกูด จ.ตราด ของไทย นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า อันนั้นไม่ได้ เพราะภายใต้กฎหมาย UNCLOS ต้องไปดูเรื่องเขตแดน ซึ่งเป็นกติกากฎหมายระหว่างประเทศ ที่สากลยอมรับ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเขาไปแอบขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าจะคุยกันภายใต้กฎหมาย UNCLOS
เมื่อถามว่า จะไม่มีผลต่อเกาะกูดของไทยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากมีการลากเส้น จะรู้เลยว่าเกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว