12 พฤษภาคม 2569 สถานการณ์ข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาปะทุขึ้นอีกระลอก หลังสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อประเด็นความสัมพันธ์ทางทะเลกับไทย ภายหลังปรากฏรายงานจากสื่อไทยว่า ฝ่ายไทยยังไม่เห็นพ้องให้ใช้กลไกไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 1982 (UNCLOS) และยังต้องการให้เริ่มต้นจากการเจรจาระหว่างสองประเทศก่อน โดย ฮุน เซน ระบุว่า หากรายงานดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง ย่อมถือเป็นท่าทีที่ขัดแย้งกับการกระทำของรัฐบาลไทยเอง เนื่องจากไทยได้ยุติกรอบบันทึกความเข้าใจปี 2001 หรือ MoU 2544 เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งในมุมมองของกัมพูชาถือเป็นการปิดประตูช่องทางเจรจาทวิภาคีที่เคยมีอยู่เดิมไปแล้วอย่างชัดเจน
.
ผู้นำอาวุโสของกัมพูชายังประกาศเตือนรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ไม่ให้กลับไปเปิดโต๊ะเจรจาทวิภาคีกับไทยในประเด็นเขตแดนทางทะเลอีก พร้อมผลักดันให้เดินหน้าใช้กลไกระหว่างประเทศภายใต้ UNCLOS โดยไม่จำเป็นต้องรอการเห็นชอบจากไทย พร้อมอ้างถึงจุดยืนที่เคยส่งสัญญาณไว้ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าไม่ควรสร้างกลไกเจรจาใหม่ขึ้นมาทดแทนกรอบเดิมที่ไทยเป็นฝ่ายยุติ ขณะเดียวกัน ฮุน เซน ยังระบุในเชิงประชดว่า แม้กัมพูชาจะผิดหวังกับการตัดสินใจของไทย แต่ก็ต้อง “ขอบคุณ” ที่การเคลื่อนไหวดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักให้กัมพูชาหันไปใช้กลไกระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
.
อีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด คือรายงานที่ระบุว่ากัมพูชาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียน MoU 2001 ต่อองค์การสหประชาชาติในช่วงก่อนการให้สัตยาบันเข้าสู่กรอบ UNCLOS แม้ยังไม่มีความชัดเจนถึงเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของการดำเนินการดังกล่าว แต่ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าอาจเป็นการวางฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อรองรับแนวทางการต่อสู้ข้อพิพาทในอนาคต ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดกำลังทำให้ประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศกลับมาเป็นประเด็นอ่อนไหวอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เริ่มตึงตัวมากขึ้นในระดับการทูต