ตร.เร่งขยายผลคดี “หมิง เฉิน ซัน” หลังพบอาวุธสงครามซุกบ้านหรูพัทยา เชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา ยังไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทยเกี่ยวข้อง เร่งล่าผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม พร้อมสั่งเอกซเรย์ต่างชาติทั่วประเทศ เข้มคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ ย้ำหากสาวถึงใคร ดำเนินคดีไม่มีละเว้น
วันนี้ (13 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณี นายหมิง เฉิน ซัน ชาวจีน อายุ 31 ปี ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา และพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ทั้งระเบิด C4 ปืน M16 และระเบิดสังหารซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าอย่างมาก หลังตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล โดยพบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
จากพยานหลักฐานทั้งหมด พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่า นายหมิง เฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน
สำหรับประเด็นที่มีกระแสเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองไทย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด รวมถึงยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการขยายผลคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิง เฉิน ซัน ล่าสุดมีผู้ต้องหาเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 6 ราย และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ส่วนกรณีที่นายหมิง เฉิน ซัน มีอาการเครียดจนชักเกร็ง และถูกนำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาล จนเกิดความกังวลเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหานั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะต้องเข้ารับการรักษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำคดีดังกล่าวมาทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทยเป็นเวลานานผิดปกติ รวมถึงประสานตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบที่พักอาศัยและพฤติกรรมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
ภายใน 3 เดือนนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเร่งตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวในฐานข้อมูล พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้ง Joint Task Force เพื่อตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเตรียมรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ “One Police” เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า แม้นายหมิง เฉิน ซัน จะไม่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศใด แต่หลังตำรวจไทยทราบข้อมูล ก็ได้เร่งขยายผลและดำเนินการอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญเพียงใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น