นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงานภาคเกษตร ภาคประมง ตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E8) เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2569 เนื่องจากมีรายงานบางส่วนที่หลบหนีนายจ้างว่า ในกรณีที่ส่งแรงงานไทยไปในลอตที่ผ่านมามีจำนวนคนไทยที่หนีจากการจ้างงานมากกว่า 20% ซึ่งต้องตรวจดูว่าเป็นเรื่องของสวัสภาพ สวัสดิการหรือไม่ เมื่อไปแล้วกลายเป็นแรงงานที่อยู่นอกระบบ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากสัญญาจ้างสั้นๆ ตามฤดูกาลเกษตร เมื่อมีแรงงานส่วนหนึ่งที่ออกไปทำให้เกิดความเดือดร้อนกับแรงงานกลุ่มอื่นที่กำลังจะเดินทาง ซึ่งจุดนี้กระทรวงแรงงานได้ประสานไปยังสถานทูตเกาหลีในประเทศไทย เพื่อเชิญท่านทูตเกาหลีประจำประเทศไทยมาหารือ ซึ่งยังยืนยันไม่ได้ว่าจะสามารถพูดคุยได้มากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานต้องสร้างกลไก สร้างหลักประกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กรณีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยกระทรวงแรงงานจะหารือกับสถานทูตเกาหลี เพื่อจะสื่อสารไปยังกระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้ ซึ่งจุดนี้จะต้องมาคุยกัน เนื่องจากเป็นการกระทำของแรงงานกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดผลกระทบกับแรงงานที่กำลังจะเดินทางทั้งจังหวัด
นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงแรงงานเอง ผลักดันในเรื่องของการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งตนได้มอบนโยบายเรื่องของการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไทย รวมทั้งการ Upskill/Reskill ที่ดีที่สุดคือ การส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศที่มีเทคโนโลยีที่แตกต่าง เพื่อให้แรงงานไทยได้เรียนรู้ เอาประสบการณ์ ความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาประเทศ ทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญ พยายามหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งเกาหลีใต้เองเป็นตลาดแรงงานที่สำคัญ กระทรวงแรงงานจึงต้องทำความเข้าใจกับประเทศปลายทาง เพื่อสร้างกลไกภายในในการที่จะคุ้มครองแรงงานให้มีคุณภาพ มีสวัสดิภาพ และขณะเดียวกันการไปทำงานต้องเป็นไปตามสัญญาจ้าง เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง