xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันลง-ทองขึ้นกังวลเงินเฟ้อUS หุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันลงและทองคำขยับขึ้นในวันพุธ(13พ.ค.) นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะปรับขึ้นดอกเบี้ย และจับตาการประชุมซัมมิตในปักกิ่งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสรหัฐฯ กับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 1.16 ดอลลาร์ ปิดที่ 101.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฏาคม ลดลง 2.14 ดอลลาร์ ปิดที่ 105.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวในวันพุธ(13พ.ค.) ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มดอกเบี้ย ถ้าแรงกดดันเงินเฟ้อไม่เบาลง ส่งสัญญาณว่าสงครามเริ่มก่อแรงถ่วงต่อเศรษฐกิจอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผลักให้ต้นทุนเชื้อเพลิงดีดตัวตาม และพวกนักเศรษฐศาสตร์คาดหมายว่าจะได้เห็นผลกระทบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทรัมป์ เดินทางถึงปักกิ่งในวันพุธ(13พ.ค.) หนึ่งวันหลังจากพูดว่า ไม่จำเป็นต้องขอให้จีนช่วยยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิสราเอล แม้ว่าแนวโน้มข้อตกลงสันติภาพถาวรดูอ่อนแรงลงไปและเตหะรานยกระดับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ(13พ.ค.) ภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องจากสงคราม ก่อความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะเดียวกันตลาดก็จับตาการเดินทางเยือนจีนของทรัมป์ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 20.00 ดอลลาร์ หรือ 0.40 % ปิดที่ 4,706.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพุธ(13พ.ค.) เอสแอนด์พี500และแนสแดคขยับขึ้น ได้แรงหนุนจากลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยกลบความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเงินเฟ้อที่ร้อนแรงเกินคาด

ดาวโจนส์ ลดลง 67.36 จุด (0.14 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,693.20 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 43.29 จุด (0.58 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,444.25 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 314.14 จุด (1.20 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,402.34 จุด

หุ้นกลุ่ม "Magnificent 7" กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 7 บริษัท ในวันพุธ(13พ.ค.) มีอยู่ถึง 6 บริษัท ที่ปิดบวกระหว่าง 1.4% ถึง 3.9% ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นสหรัฐฯ

รายงานจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ พบว่าราคาผู้ผลิตดีดตัวขึ้น 1.4% เมื่อเดือนที่แล้ว ถือเป็นการปรับขึ้นรายเดือนมากที่สุดในรอบ 4 ปี ส่วนใหญ่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง อันเนื่องจากภาวะปั่นป่วนทางอุปทานน้ำมันดิบ ผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในรายงานระบุว่าราคาน้ำมันเริ่มแพร่กระจายไปยังภาคส่วนอื่นๆของเศรษฐกิจและบ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังแผ่ลามไปทั่ว

ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดดับความหวังที่เหลืออยู่ เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน ยังแย้มว่ามีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ย ถ้าแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ซาลง

(ที่มา:รอยเตอร์)