กกร.เปิดโปง 10หน่วยรัฐรับสินบนดุ แต่ละครั้งหลักแสนบาท โดย“กรมควบคุมมลพิษ”นำทีมตามมาด้วย “กรมเจ้าท่า” และ “กรมสรรพสามิต” สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง “พจน์”เผยเตรียมยกทีมกกร.และเพื่อนไม่ทน หารือรองนายก “ปกรณ์”วันพรุ่งนี้ (15พ.ค.) เพื่อหารือวางแนวทางการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแบบถอนรากถอนโคน ก่อนศก.ประเทศชาติล่มสลาย
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ” โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 รายทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดย 89.1% ของภาคธุรกิจระบุว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรค (ปานกลางถึงมากที่สุด) ต่อการดำเนินธุรกิจ
51.2% มองว่า แนวโน้มคอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา และ 51% ระบุว่า ความยุ่งยากในการติดต่อราชการ “เพิ่มขึ้น” แต่มีเพียง 3% ที่บอกว่า “ลดลง”
โดยประเด็นสำคัญจากผลการสำรวจ
- ประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจ
60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต “ครั้งล่าสุด”
45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก
37.3% ยืนยันว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11–15% ของมูลค่าสัญญา
รูปแบบสินบนที่พบบ่อยที่สุด เงินสด (46.6%) ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง (23.1%) และการบริจาค/สปอนเซอร์ (18.7%)
ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด พบสัญญาณน่ากังวล 27.3% มีบุคคลอ้างว่า “ช่วยให้ชนะ” และ 27.3% ได้รับ “ใบ้” ว่าควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางราย
สาเหตุหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ขั้นตอนซับซ้อน (29.1%), กฎหมายเปิดช่องดุลพินิจมากเกินไป (25.0%), แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ (18.8%)
52.3% ของภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ นอกจากนี้แล้ว 43.7% ระบุว่า “ไม่กล้าร้องเรียนเลย” แม้จะพบการเรียกรับผลประโยชน์
พบว่าหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก คือ
1. กรมควบคุมมลพิษ เงินที่ต้องจ่ายต่อครั้ง 102,160 บาท
2. กรมเจ้าท่า เงินที่ต้องจ่ายต่อครั้ง 100,000 บาท
3. กรมสรรพสามิต 94,667
4. กรมสรรพากร 89,498
5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 74,643
7. กรมทางหลวง 70,167
8. กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000
9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 68,000
10. กรมป่าไม้ 67,500
ดังนั้น มาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government/E-Procurement มาใช้ลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับเอกชน ตามด้วยการเพิ่มโทษผู้ทุจริตและการปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส และสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและทุจริต คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data/Open Contracting) เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ ช่องทางการแจ้งข้อมูลข่าวสาร
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงานฯและประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน จะประชุมหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยเราเตรียมข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่อยากให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเร่งด่วน
สาเหตุของการคอร์รัปชันของหน่วยงานรัฐ มาจากกฎหมายที่ล้าสมัย ด้อยประสิทธิภาพ การเปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ จำเป็นที่จะต้องปิดกั้นไม่ให้เกิด แก้ไขไม่ให้เกิด
หากภาครัฐไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญญาคอร์รัปชัน ส่วนภาคสังคม ประชาชนมองว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติ ทนอยู่ได้ ประเทศไทยถึงจุดที่ล่มสลายทางเศรษฐกิจได้ง่าย หากการประกาศดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ประเทศไทยในปี 2569 ลดต่ำลงอีก จากดัชนี CPI ปี 2568 ของประเทศไทย ได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม อยู่อันดับที่ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศทั่วโลก ต่ำกว่าลาว สะท้อนสถานการณ์ทุจริตยังรุนแรงและอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก
“ ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันมิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวเลขที่ปรากฏในวันนี้จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก และร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การหยุดคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันเป็นหูเป็นตา สร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต และทำให้การร้องเรียนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “
ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมได้จัดให้มีช่องทางสำหรับประชาชนในการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหลากหลายและเข้าถึงได้มากขึ้น อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านระบบออนไลน์ www.nacc.go.th และสายด่วน 1205 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ผ่านสายด่วน 1206 รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ACT และเครือข่ายภาคประชาชน เช่น Corruption Watch แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ที่ร่วมทำหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการทุจริตในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ