xs
xsm
sm
md
lg

ตม.รวบหนุ่มจีนหนีคดีฉ้อโกง เสียหายกว่า 10 ล้าน-กวาดล้างต่างด้าวลอบเข้ามาทำงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตม.1 จับหนุ่มชาวจีนกนีคดีฉ้อโกง เปิดบริษัทระดมทุนเสียหายกว่า 10 ล้าน ส่วนอีกคดีลุยกวดล้างจับกุมต่างด้าว 21 ราย ลอบเข้ามาทำงานเด็กดริ๊ง-บาร์โฮส

วันนี้ (14 พ.ค.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ, พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และอาชญากรรมข้ามชาติ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกันสืบสวนจับกุมชายชาวจีน อายุ 33 ปี บุคคลตามหมายจับต่างประเทศคดีฉ้อโกง คาดว่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ได้ที่ย่านทองหล่อ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากกองการต่างประเทศ ตร. ซึ่งได้รับการประสานผ่านสถานทูตจีน ว่า ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับคดีฉ้อโกงมูลค่าหลายล้านบาท โดยเขาเคยเปิดบริษัทเพื่อระดมทุนทำธุรกิจเทคโนโลยี แต่ต่อมาธุรกิจขาดทุน ผลการดำเนินการไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ จึงหนีหนี้เข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 2 ปี เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนการแต่งตัว และเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ ตามโรงแรมและคอนโดเช่ารายเดือนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.1 จับทางได้จาการสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ พบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาได้พักอาศัยอยู่บริเวณคอนโดหรู ย่านทองหล่อ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร แต่ไม่เดินทางออกไปที่ไหนเลย โดยจะให้แฟนสาวคอยซื้อข้าวซื้ออาหารและสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ เข้ามาให้ในที่พัก

จากนั้นจึงได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และจัดกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งวันนี้พบตัวผผุ้ต้องหา ซึ่งจะออกจากที่พักไปเปลี่ยนทรงผมใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบ ตม.1 จึงเข้าทำการควบคุมตัว พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองการต่างประเทศ ตร. ร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการจับกุมผู้ต้องหา ยิทมรับว่า ตนได้เปิดบริษัทเพื่อระดมทุนทำธุรกิจเทคโนโลยีร่วมกับเพื่อนในประเทศจีน แต่ต่อมาธุรกิจประสบภาวะขาดทุน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท จึงไม่สามารถหาเงินมาใช้คืนแก่ผู้เสียหายได้ ประกอบกับได้นำไปใช้ในทางส่วนตัวด้วย จึงได้หลบหนีไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนและวนมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยตนได้ทำการเปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ ทั้งการแต่งตัวและทรงผม ตลอดจนเปลี่ยนที่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม และคาดไม่ถึงว่าเจ้าหน้าที่ของไทยจะค้นหาจนเจอ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าได้ทำผิดและพร้อมกลับไปเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ประเทศจีน
นอกจากนี้ ตม.ยังได้มีบูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่กองทะเบียนกลาง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ พื้นที่ 4 ลงพื้นที่เอกเรย์แหล่งรวมตัวของคนต่างด้าว รวมถึงสถานที่ที่อาจมีคนต่างด้าวลักลอบทำงาน โดยร่วมกันตรวจสอบสถานบริการ ซึ่งเป็นร้านอาหาร ลักษณะนั่งดริ๊งและบาร์โฮส พื้นที่ สน.วังทองหลาง และ สน.โชคชัย จำนวน 3 ร้าน พบว่า มีคนต่างด้าวลักลอบทำงาน จึงทำการตรวจสอบ พบคนต่างด้าว ทั้งหมด 21 ราย จากการตรวจสอบพบการกระทำความผิด จำนวน 6 ราย แบ่งเป็นสัญชาติลาว 2 ราย และสัญชาติพม่า 4 ราย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พงส.สน.วังทองหลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.ประสาธน์ ได้เน้นย้ำว่า บุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีการดำเนินการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีลักษณะเป็นภัยต่อสังคม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะทำการติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ดังนั้นจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป