xs
xsm
sm
md
lg

ตร.-ทหาร-ตชด.ประสานกะเหรี่ยง-เมียนมา รวบนักมวยดังค่ายลูกชายอดีต ผบ.ตร.ฆ่าปาดคอหนีกบดานฝั่งเมียนมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตาก - ตำรวจท่าสองยางผนึกกำลังทหาร-ตชด.ประสานทั้งทางการเมียนมา-กองกำลังกะเหรี่ยง ตามรวบ “หยกดำ” นักมวยดังชาวกะเหรี่ยงสังกัดค่ายลูกชายอดีต ผบ.ตร.ก่อเหตุฆ่าปาดคอเพื่อนร่วมเชื้อชาติ ลากศพยัดกระสอบปุ๋ยยัดเก๋งทิ้งข้างทาง ก่อนหนีกบดานฝั่งพม่า แถมพกระเบิดติดตัวเตรียมลอบข้ามฝั่งเข้าไทยสังหารชายชู้เมียซ้ำ ทหารกะเหรี่ยงต้องล่อเลี้ยงเหล้าจนเมาก่อนล็อกตัวส่ง ตร.ไทยหิ้วทำแผน


วันนี้ (16 พ.ค.) พ.ต.อ.สุพจน์ นวรัตนารมย์ ผกก.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมด้วยกำลังตำรวจ สภ.ท่าสองยาง และตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.344 อ.ท่าสองยาง ได้นำนายซอกาลา ไม่มีนามสกุล หรือหยกดำ ฉายานักมวยชื่อดังค่ายพุ่มพันธุ์ม่วง อายุ 28 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กระท่อมไม่มีเลขที่ บ้านใหม่ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ต้าน อ.ท่าสองยาง

ในข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ และทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย โดยผู้ตายชื่อนายซอ ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา เชื้อสายกะเหรี่ยง อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังตำรวจภูธร และ ตชด.คุมตัวผู้ต้องหาทำแผนท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอด เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นนักมวยชื่อดังทั้งในประเทศไทย และประเทศเมียนมา รู้จักชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดน และกลุ่มกองกำลังตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และท่าทางก้าวร้าว พูดจาวกวนไปมา แต่พนักงานสอบสวนพยายามกล่อมให้ยอมรับสารภาพในการกระทำผิด

โดย “หยกดำ” ร่วมกับนายสุวิ พรทิพย์กุล อายุ 17 ปี ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา ล่อลวงให้ผู้ตายไปพบยังที่ก่อเหตุในกระท่อมดังกล่าวในวันที่ 13 มีนาคม 2569 จากนั้นนายซอกาลา หรือหยกดำ ได้ล็อกคอก่อน และให้นายสุวิเป็นคนแทงนายซอ ก่อนที่หยกดำจะใช้มีดปาดคอผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม และนำทรัพย์สินผู้เสียหายเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ไอ ทะเบียน 1กผ 5049 ตาก สีดำ-เขียวเงินสดจำนวน 25,000 บาท


จากนั้นผู้ต้องหาได้นำศพนายซอใส่กระสอบปุ๋ย และนำไปใส่ท้ายรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อนิสสัน กง 3412 ตาก ที่เตรียมไป และนำศพไปทิ้งป่าข้างทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7 กิโลเมตร ก่อนนำรถยนต์เก๋งไปเก็บไว้ที่บ้านภรรยาเส้นทางเดียวกับที่เกิดเหตุ

หลังก่อเหตุ นายซอกาลา หรือหยกดำ กับนายสุวิได้หลบหนีไปฝั่งเมียนมา ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง เนื่องจากหยกดำมีญาติผู้ใหญ่เป็นนายทหารชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่ง

กระทั่งต่อมาชาวบ้านที่ผ่านไปมาได้กลิ่นเหม็น เมื่อไปดูจึงพบศพเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 พร้อมกลับไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยางไปตรวจสอบชันสูตรพลิกศพร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลท่าสองยาง


เมื่อ พ.ต.อ.สุพจน์ได้รับรายงานจึงสั่งการ พ.ต.ต.อภิวัฒน์ ถาวร สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าสองยาง ระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม และชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ท่าสองยาง ได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนคดีนี้จนทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมกับได้ประสานกับตำรวจตระเวนชายแดนที่กองร้อยตชด.344 อ.ท่าสองยาง และทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่สอด ประสานผู้นำฝ่ายเมียนมา และกองกำลังชนกลุ่มน้อย จนสามารถนำตัวนายสุวิมาดำเนินคดีเขตไทยได้เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ส่วนหยกดำนั้นยังไม่ได้ตัว เพราะมีเส้นสาย และมีอิทธิพลในฝั่งเมียนมามาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารได้พยายามประสานกับผู้มีอำนาจในฝั่งเมียนมา จนกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงส่งทหารไปหลอกล่อหยกดำออกมาจากบ้านพักในฝั่งเมียนมา และทราบข่าวว่าหยกดำได้พกระเบิดติดตัวถึง 2 ลูก รวมทั้งมีแผนจะเข้ามาก่อเหตุในเขตไทยเพื่อจัดการกับชายชู้ภรรยาของตนเอง ที่แอบมีชู้ในระหว่างที่หยกดำหลบหนี

ในระหว่างหลอกล่อนั้น เจ้าหน้าที่ทหารกะเหรี่ยงได้เลี้ยงสุราหยกดำจนเมา จากนั้นใช้กำลังทหาร 4 นายล็อกตัว-ยึดระเบิดที่ติดตัวหยกดำไว้ได้อย่างทุลักทุเล ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการต่อไป

พ.ต.อ.สุพจน์กล่าวว่า ได้ร่วมกับทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดนในการประสานกับกองกำลังฝ่ายเมียนมาและชนกลุ่มน้อยจนสามารถนำตัวนายซอกาลามาได้ แต่การติดตามจับกุมตัวนั้นลำบากมากเนื่องจากคนร้ายมีการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของทางเจ้าหน้าที่ไทยตลอด

สำหรับนายซอกาลา หรือหยกดำ อยู่ประเทศไทยมานาน และเป็นนักมวยในสังกัดค่ายพุ่มพันธุ์ม่วง ของบุตรชายอดีต ผบ.ตร.คนดัง มีชื่อเสียงทั้งในฝั่งไทย และเมียนมา ขึ้นเวทีแต่ละครั้งจะได้ค่าตัว 20,000-30,000 บาท