xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส อีลอน มัสก์ ที่จีนรักและชัง จับตาอนาคต Tesla และ Starlink

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ขณะที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอ Tesla และ SpaceX ได้เดินทางร่วมขบวนทูตธุรกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สู่ปักกิ่ง สื่อต่างประเทศมองว่าจีนก็ยังคงแบกรับความรู้สึกผสมปนเปต่อมหาเศรษฐีเทคโนโลยีรายนี้อย่างเข้มข้น ทั้งวิสัยทัศน์ที่ชวนให้เคารพนับถือ และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังคงคุกรุ่น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า อีลอน มัสก์ เป็นนักธุรกิจที่ประเทศจีนรักและชังในเวลาเดียวกัน โดยในวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก้าวเข้าสู่มหาศาลาประชาชนเพื่อพบปะสี จิ้นผิง มัสก์เป็นหนึ่งในบรรดาซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงกว่า 17 รายที่ยืนอยู่เบื้องหลังคณะรัฐมนตรี ผู้โดยสารไปกับทรัมป์ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ มีทั้ง ทิม คุก จาก Apple และ เจนเซ่น ฮวง จาก Nvidia แต่ไม่มีใครในกลุ่มนี้ที่มีประวัติความสัมพันธ์กับจีนอันซับซ้อนเท่ากับผู้ก่อตั้ง Tesla รายนี้

เมื่อนักข่าวถามถึงเจตนาของการมาเยือนจีนรอบนี้ มัสก์ตอบสั้นๆ ว่าต้องการทำ "สิ่งดีๆ มากมาย" ในจีน เรียกว่าเป็นประโยคเรียบง่ายแต่แฝงด้วยนัยธุรกิจหลายพันล้านดอลลาร์

มัสก์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่าลูกชายกำลังเรียนภาษาจีนกลาง
ลองดูตัวเลขสำคัญที่รอยเตอร์สนำเสนอไว้ ตัวเลขแรกคือ 626,000 คัน ซึ่งเป็นยอดขาย Tesla ในจีนปีที่แล้ว ติดอันดับ 5 ผู้ผลิตรถยนต์ EV และ PHEV ใหญ่สุดในประเทศ โดยกว่า 20% ของสัดส่วนรายได้ Tesla นั้นมาจากตลาดจีน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ทำให้ปักกิ่งมีอำนาจต่อรองอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ X (Twitter) จะถูกแบนในประเทศจีน แต่ซีอีโอ Tesla มีผู้ติดตามบน Weibo ของจีนกว่า 2.3 ล้านฟอลโลเวอร์ โดยล่าสุด มีการเปิดเผยว่ามัสก์กำลังเจรจาซื้ออุปกรณ์ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากซัปพลายเออร์จีนมูลค่า 2.9 พัน ล้านสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าดีลจะเกิขึ้นเมื่อวิสัยทัศน์ของมัสก์และปักกิ่งไปในทิศทางเดียวกัน

ลูกชายมัสก์ สวมเสื้อกั๊กสไตล์จีนโบราณ และสะพายกระเป๋าทำมือรูปหน้าสิงโต
ความนิยมของมัสก์ในจีนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ Kyle Chan นักวิจัยด้านเทคโนโลยีจีนจาก Brookings Institution ชี้ว่าเป้าหมายทางธุรกิจของมัสก์ "สอดคล้องกับความสำคัญด้านเทคโนโลยีของปักกิ่งอย่างแทบสมบูรณ์แบบ" ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อินเทอร์เฟซสมอง-คอมพิวเตอร์ และดาวเทียม

ในปี 2018 Tesla กลายเป็นบริษัทรถยนต์ต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตตั้งโรงงานในจีนโดยไม่ต้องมีพันธมิตรท้องถิ่น เรียกว่าได้สิทธิพิเศษที่สะท้อนถึงความไว้วางใจแบบโดดเด่นมาก และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ Tesla ก็ยังคงถูกมองว่าเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมในจีน

Lei Jun ซีอีโอ Xiaomi เดินเข้าหามัสก์ซึ่งกำลังนั่งอยู่ ก่อนจะขอถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน มัสก์ตอบรับด้วยการขยิบตาหนึ่งข้างพร้อมยิ้ม
นอกจากนี้ แนวคิดของ Tesla ในการออกแบบรถยนต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพแบตเตอรี่และซอฟต์แวร์ ยังเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายด้วย

***ไวรัลลูกชาย กับภาพเซลฟี่ซีอีโอ Xiaomi

ขณะผู้นำโลกประชุมการเมืองระดับสูง ซีอีโอ Tesla กลับกลายเป็นจุดสนใจบนโซเชียลมีเดียด้วยภาพบุตรชายวัย 6 ขวบในชุดเสื้อกั๊กแบบจีน เด็กชายตัวน้อยนามว่าเอ็กซ์ (X) เป็นบุตรของมักส์ที่มีกับนักร้องสาวชาวแคนาดา Grimes ในปี 2020

Lei Jun ซีอีโอ Xiaomi
มัสก์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่าลูกชายกำลังเรียนภาษาจีนกลาง ประโยคสั้นๆ นี้จุดกระแสถกเถียงออนไลน์อย่างรวดเร็ว บางรายแซวว่าภาพคู่พ่อลูกนั้นดูเหมือนการไปทัศนศึกษามากกว่าการเยือนทางการทูตของรัฐ และบนโซเชียลมีเดีย มีการรายงานว่าบางช่วงในพิธีต้อนรับ มัสก์มีท่าทีเหลียวมองรอบตัวราวกับนักท่องเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจ จนมีบางความเห็นมองว่าแม้แต่คนรวยที่สุดในโลก ก็ต้านความน่าสนใจไม่ได้

แม้แต่คนรวยที่สุดในโลก ก็ต้านความน่าสนใจไม่ได้
อีกโมเมนต์ไวรัลในคืนงานเลี้ยงรัฐบาลจีน มัสก์กลายเป็นจุดดึงดูดของบรรดาผู้บริหารจีน โดยเฉพาะ Lei Jun ซีอีโอ Xiaomi ที่เดินเข้าหามัสก์ซึ่งกำลังนั่งอยู่ ก่อนจะขอถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน มัสก์ตอบรับด้วยการขยิบตาหนึ่งข้างพร้อมยิ้ม

ซีอีโอ Xiaomi ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ชื่นชมมัสก์ตัวยงที่สุดของจีน โดยเคยเป็นเจ้าของ Model S คันแรกๆ ในประเทศ

Lei Jun ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Xiaomi เข้าร่วมงานแสดงรถยนต์นานาชาติปักกิ่ง (Auto China) ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569
ภายในบ่ายวันศุกร์ 15 พฤษภาคม 69 เพียงวันเดียว แฮชแท็ก #leijunelonmuskselfie พุ่งทะยานสู่ 75 ล้านวิวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีน Weibo โดยคนจีนไม่ได้มองภาพนี้เป็นแค่รูปถ่ายในงานเลี้ยงรัฐ แต่เป็นภาพที่มีความหมายลึกกว่านั้น ตัวอย่างเช่น Liujishou อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 13 ล้านฟอลโลเวอร์ โพสต์ลอยๆบน Weibo ว่า "มันเหมือนลิงปีนต้นไม้ ไม่ว่าจะปีนสูงแค่ไหน พอเงยหน้าขึ้นไป ก็เห็นแต่ก้น" ทำให้เกิดการตีความท่าทีของ Lei Jun ว่าเป็น "การไต่เต้าทางสังคม" ไป

บริบทที่ชาวเน็ตจีนเห็น คือศัตรูทางธุรกิจกำลังขอถ่ายรูปกับไอดอล เพราะพื้นหลังทางธุรกิจ Xiaomi บริษัทของ Lei Jun นั้นเริ่มต้นจากการขายสินค้าอุปโภคบริโภคและสมาร์ทโฟนราคาถูก ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และกำลังแซงหน้า Tesla อย่างเป็นรูปธรรม

Dcar แพลตฟอร์มข้อมูลยานยนต์จีนเผยว่าในเดือนเมษายน 2569 รถรุ่น Xiaomi SU7 เป็นรถอันดับ 2 ของตลาด EV จีน ดันให้รถ Tesla Model Y ร่วงลงมาอันดับ 3 สถานการณ์นี้แปลว่า Tesla ผลิตรถยนต์ครึ่งหนึ่งของบริษัทในจีน แต่คู่แข่งท้องถิ่นกำลังไล่ตามด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ความจริงนี้ทำให้ภาพ Lei Jun ยืนขอถ่ายรูปกับมัสก์มีนัยอีกชั้น เพราะในขณะที่ชายคนหนึ่งก้าวเข้าหาเพื่อขอเซลฟี่ คนนั้นก็กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากเขาอยู่ในเวลาเดียวกัน

ชิ้นส่วนต่างๆ ของ Xiaomi SU7 ที่จัดแสดงในบูธ Xiaomi ระหว่างงานนิทรรศการยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง (Auto China) ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569
ในงานนี้ มักส์เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ทรัมป์ได้แนะนำแบบทีละคนต่อหน้าประธานาธิบดีสี โดยกล่าวว่า "ผมพาตัวแทนที่โดดเด่นของภาคธุรกิจสหรัฐฯ มาในการเยือนครั้งนี้ พวกเขาทุกคนให้ความเคารพและให้คุณค่าจีน และผมสนับสนุนให้พวกเขาขยายความร่วมมือกับจีน"

ฝ่ายสี จิ้นผิงระบุว่าบริษัทอเมริกันได้มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า "ประตูการเปิดของจีนจะเปิดกว้างขึ้น และผมเชื่อว่าบริษัทอเมริกันจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในจีน"

***Starlink ภัยคุกคามยุทธศาสตร์?

ไม่ใช่ทุกส่วนของอาณาจักรธุรกิจมัสก์ที่รัฐบาลปักกิ่งต้อนรับ เพราะกองทัพปลดแอกประชาชนและนักการทูตจีนต่างแสดงความกังวลต่อการผูกขาดดาวเทียมวงโคจรต่ำของ SpaceX อย่างเปิดเผย บทความทางการทหารของจีนในปี 2022 เตือนว่าประสิทธิภาพของ Starlink ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะผลักดันให้สหรัฐฯ และชาติตะวันตกนำ Starlink มาใช้อย่างแพร่หลาย ในความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเอเชีย

นอกจากนี้ รถ Tesla ยังเคยถูกห้ามเข้าพื้นที่ทหารเนื่องจากความกังวลด้านกล้องในตัวรถ กระทั่งมัสก์เดินทางมาเยือนจีนในปี 2024 และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์รับรองความสอดคล้องด้านข้อมูล การแบนนี้จึงถูกยกเลิก

การแบนนี้เกิดขึ้นหลังปี 2021 ซึ่งถูกมองเป็นจุดต่ำสุดของ Tesla ในจีน เมื่อลูกค้าหญิงรายหนึ่งปีนขึ้นไปบนหลังคารถ Tesla ในงานมอเตอร์โชว์เซี่ยงไฮ้เพื่อประท้วงการที่บริษัทไม่ตอบสนองต่อการร้องเรียนเรื่องเบรกบกพร่อง ภาพดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวางและจุดกระแสวิจารณ์ในสื่อรัฐบาล บีบให้ Tesla ต้องออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในระยะยาวสำหรับมัสก์ไม่ใช่การเมืองหรือกฎระเบียบ แต่คือการไล่ตามของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนเอง ผู้ผลิต EV ท้องถิ่นกำลังตีตื้นในด้านเทคโนโลยีและราคาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ช่องว่างระหว่าง Tesla กับคู่แข่งจีนยิ่งแคบลงเรื่อยๆ

และไม่แน่ เมื่อบริษัทจีนไล่ทันหรือแม้แต่แซงหน้าอาณาจักรเทคโนโลยีของมัสก์ บารมีของอีลอน มัสก์ ในจีนอาจเริ่มจางลง แต่สำหรับตอนนี้ มัสก์ยังคงเป็นทั้งแรงบันดาลใจและตัวแปรที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นสำหรับนักลงทุน คู่แข่ง หรือนักยุทธศาสตร์ของปักกิ่งเอง ในเกมที่ยังไม่มีใครรู้แน่ว่าจะจบลงอย่างไร

สำหรับมัสก์ การพาบุตรชายในชุดจีนมาปรากฏตัวในเวทีระดับโลกครั้งนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นั้นเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจน ว่าอาณาจักรธุรกิจของมัสก์นั้นผูกพันกับจีนในระดับที่ลึกกว่าแค่สัญญาและดีลแน่นอน.