ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กลับจากปักกิ่ง พร้อมฉายภาพแห่งความคืบหน้า ตามหลังประชุมซัมมิตกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แต่บรรดาที่ปรึกษาใกล้ชิดของเขาหลายคน เชื่อว่าจีนจะโจมตีไต้หวันในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อบรรลุเป้าหมายของการรวมชาติกับเกาะแห่งนี้ ตามรายงานของ Axios เว็บไซต์ข่าวอเมริกา
แล้วอะไรคือปัจจัยแห่งความกังวลสำหรับสหรัฐฯ ทางเว็บไซต์ข่าว Axios ชี้ว่าชิปหรือเซมิคอนดัคเตอร์ที่ให้พลังงานทุกๆอย่างไล่ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ สมาร์ทโฟน รถยนต์ ตรวจวินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องซักผ้า ถ้าจีนเข้าควบคุมไต้หวันในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทต่างๆของอเมริกาจะไม่สามารถเข้าถึงชิปอันมีค่าเหล่านี้ได้อีกต่อไป
ความกังวลนี้ปรากฏขึ้น หลังไต้หวันปรากฏขึ้นมาในฐานะหนึ่งในประเด็นที่เป็นแก่นกลางการพูดคุย ณ ที่ประชุมลับระหว่างทรัมป์กับสี ในกรุงปักกิ่ง
รายงานข่าวระบุว่าแม้ ทรัมป์ ปลื้มใจที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจาก สี ระหว่างการเดินทางเยือน ในนั้นรวมถึงการประชุมกันภายใน "จงหนานไห่" เขตที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่หนึ่งในคณะที่ปรึกษาของเขา ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า สี เข้าร่วมการประชุมซัมมิตครั้งนี้จากจุดยืนที่ว่า จีนไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงมหาอำนาจที่กำลังเติบโตอีกต่อไป แต่เป็นประเทศที่ทัดเทียมกับสหรัฐฯแล้ว ในขณะที่ยังกล่าวอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
ไต้หวัน เป็นวาระสำคัญของการประชุมซัมมิต เช่นเดียวกับการค้า เทคโนโลยีและความขัดแย้งอิหร่าน ระหว่างการเจรจา สี เตือน ทรัมป์ ว่าการบริหารจัดการผิดพลาดในประเด็นไต้หวัน อาจผลักให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีน มุ่งหน้าสู่การปะทะหรือกระทั่งกระพือความขัดแย้ง
ต่อมา ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่าเขายังไม่ตัดสินใจว่าสหรัฐฯจะเดินหน้าขายอาวุธครั้งใหญ่ให้แก่ไต้หวันหรือไม่
ไล่ ชิง-เต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน ตอบกลับเรื่องนี้โดยการสื่อสารออกมาตรงๆในวันอาทิตย์(17พ.ค.) หลายวันหลังจากมีความกังวลกันในวงกว้างในไทเป เกี่ยวกับคำพูดของทรัมป์และผลลัพธ์ของที่ประชุมซัมมิต
ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก ไล่ บอกว่า ไต้หวัน จะไม่ยอมถูกสังเวยหรือแลกเปลี่ยน นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำว่าการขายอาวุธโดยสหรัฐฯแก่ไต้หวัน ยังเป็นส่วนหนึ่งในพันธสัญญาด้านความมั่นคงตามกฎหมายของวอชิงตันที่มีกับเกาะแห่งนี้
ประธานาธิบดีไต้หวัน ยอมรับว่าประชาชนในไต้หวัน รู้สึกกังวลอย่างมาก เกี่ยวกับสิ่งที่ ทรัมป์ และ สี พูดคุยหารือกันในปักกิ่ง ในขณะเดียวกันเขาเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะยังเดินหน้าเน้นย้ำสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน "แต่ขณะเดียวกันเราจะไม่ยอมสละอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติ หรือประชาธิปไตยของเราและวิถีชีวิตอิสระ ภายใต้แรงกดดัน" พร้อมซัดว่า จีน ยีงคงเป็นบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค
ปักกิ่งไม่เคยรับรองไต้หวันในฐานะองค์กรทางการเมืองที่เป็นอิสระ ในทางกลับกัน ไต้หวัน ยืนยันว่าพวกเขาไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐคอมมิวนิสต์และคัดค้านคำกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์ของจีน
รายงานข่าวของ Axios ระบุว่าเวลานี้ที่ปรึกษาของทรัมป์บางส่วนกังวลว่าความเคลื่อนไหวใดๆของจีนในอนาคต จะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดัคเตอร์ ก่อนที่สหรัฐฯจะสามารถลดการพึ่งพาไต้หวัน
หนึ่งในที่ปรึกษาทรัมป์ บอกกับ Axios ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯและบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ยังคงมีความอ่อนแอ เพราะว่ากำลังการผลิตชิปภายในประเทศ ยังไม่สามารถทดแทนบทบาทของไต้หวัน ในการป้อนเซมิคอนดัคเตอร์ล้ำสมัยที่ใช้ในระบบปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ และความขัดแย้งใดๆในช่องแคบไต้หวัน อาจก่อความปั่นป่วนแก่ห่วงโซ่อุปทาน ที่ตึงเครียดอยู่ก่อนแล้วจากข้อจำกัดการทางการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
แม้ ทรัมป์ และ สี ต่างนำเสนอการประชุมซัมมิต ว่าเป็นความพยายามรักษาเสถียนภาพในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ แต่ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า สหรัฐฯจะปกป้องไต้หวันหรือไม่ ถ้าความตึงเครียดกับจีนลุกลาม
(ที่มา:Axios/อินเดียเอ็กซ์เพรส)