นายกสภาทนายความ ยื่นมือช่วยเหยื่อรถไฟพุ่งชนรถเมล์สาย 206 ดับ 8 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย ตั้งข้อสังเกตุใครผิดประมาทจะต้องขดใข้เยียวยาผู้เสียหาย พร้อมจัดทีมทนายลงพื้นที่ เพื่อเป็นคนกลางพูดคุยทั้ง 2 หน่วยงาน
กรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถไฟชนรถเมล์ สาย 206 ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน จนไฟลุกท่วม เป็นเหตุสะเทือนขวัญให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บสาหัสหลายราย
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความให้ความเห็นว่า พระราชบัญญัติจราจรทางบก พศ 2522 มาตรา 63 บัญญัติว่าในทางเดินรถ ตอนใดที่มีทางรถไฟผ่าน ไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระหว่างรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มีสัญญาณ ระวังรถไฟหรือสิ่งปิดกั้น “ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงขับรถผ่านไปได้”
ข้อเท็จจริงถ้าดูจากกล้องวงจรปิดคือ รถเมล์จอดคาอยู่ระหว่างทางรถไฟ ถ้าดูตามหลักกฎหมายมาตรา 63 แล้วรถเมล์มีส่วนผิดอยู่แล้ว มีส่วนประมาทที่ทําให้เกิดเหตุการณ์นี้
ในทางกลับกันในส่วนของรถไฟ ซึ่งทางรถไฟต้องมีนายสถานี ที่ระบุได้ว่าต้องมีไม้กั้นเปิดปิด เท่าที่เห็นจากคลิปไม้กั้นไม่สามารถปิดได้ คนที่เปิดปิด ต้องแจ้งไปยังผู้ขับรถไฟว่าให้ชะลอความเร็วหรือหยุดรถเนื่องจากมีสภาพการจราจรที่คับคั่ง ก็คือรถยนต์หรือรถเมล์ไม่สามารถไปต่อหรือถอยหลังได้ ถ้านายสถานีบอกกับ คนขับรถไฟให้ชะลอความเร็ว หรือหยุดรถ เหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้น
ตนไม่ได้กำลังพยายามจะบอกว่าฝ่ายรถไฟถูกหมดหรือฝ่ายรถเมล์ผิดฝ่ายเดียว แต่มองว่าถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้ใช้ หลักพึงระวัง หรือหลักธรรมชาติ เหตุการณ์ จะไม่เกิดขึ้นเลย แม้กฎหมายจะให้รถไฟใหญ่กว่าในกฏหมาย พรบ.จราจรทางบกฯ (กฏหมายห้ามไม่ให้รถยนต์ไปขวางทางรถไฟเลย) ก็ตาม
แต่ถ้าใช้หลักธรรมชาติหรือหลักพึงระวัง หลักความปลอดภัย เหตุการณ์จะไม่ เกิดการสูญเสีย เหตุครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด ที่พูดไม่ใช่ว่าเราจะไม่ปกป้องรถไฟ แต่รถยนต์มีกฎหมายบังคับผิดอยู่แล้ว แต่จะประมาทมากน้อยเพียงใด ต้องว่ากันตามสัดส่วน คือ ไปจอดคล่อมทางรถไฟมันผิดแน่นอน แต่ ถ้าใช้หลักความปลอดภัย หลักพึง ระวัง และหลักธรรมชาติ ถ้าพนักงานรถไฟได้ปฏิบัติตามหลัก 3 หลักที่ว่า จะไม่ เกิดการสูญเสีย จะไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จะไม่เกิดการสูญเสียครั้งนี้เลย
ก็ฝากไปถึง หน่วยงานที่กํากับดูแลรถไฟว่าต้องบูรณาการ แม้จะมี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า รถเมล์ห้ามไปจอดก็ตาม หรือรถยนต์ห้ามไปจอดก็ตามแต่
“ ถ้านายสถานีโทรไปแจ้งพนักงานขับรถไฟให้ชะลอความเร็วลง หรือให้หยุดรถไฟหรือ พนักงานรถไฟย่อมเห็นอยู่แล้ว เหตุเกิดตอนบ่ายสามโมง พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน น่าจะ เห็นเหตุการณ์ได้ว่ารถอยู่ ข้างหน้าเป็นจํานวนมาก “ นายกสภาทนายความระบุ
ข้อเท็จจริงใครจะผิดมากน้อย ขอให้ทางพนักงานสอบสวนสอบข้อเท็จจริงให้ยุติก่อน เราต้องให้เกียรติพนักงานสอบสวนเป็นผู้ที่ใช้ดุลพินิจในการสอบข้อเท็จจริง
ฝากบอกกับผู้ที่ได้รับความเสียหายทุกคน ถ้าไม่ได้รับการเป็นธรรม หรือต้องการให้สภาทนายความแสดงความช่วยเหลือเรายินดีรับช่วยเหลือทุกคน นี่คือสิ่งที่อยากฝากที่ได้รับฟังเสียงที่จากรายการนี้ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญในกรุงเทพมหานคร
ทางสภาทนายความได้จัดทนายความไว้จำนวนมาก และพร้อมที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ครับ เมื่อวันที่ เกิดเหตุได้สั่งการให้ทางฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเข้าไปดูแลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับบาดเจ็บ โดยทีมทนายความจากสภาทนายความจะไปเยี่ยมผู้ป่วย และไปดูที่เกิดเหตุ เรื่องค่าเสียหายหาก คุยกัน ไม่จบ ก็อาจจะต้องไปศาล
ส่วนประเด็น ขสมก.และการรถไฟที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ถ้าผู้เสียหายคุยเองไม่ได้ หรือว่าต้องการให้ทนายความไปคุยเราจะไปคุย เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องรับผิดชอบทั้งสองหน่วยงานมีประกันภัยอยู่แล้ว ผู้เสียหายไม่ต้องกังวล อีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องรีบเข้าไปดูแลคือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรม ในส่วนของกองทุนยุติธรรม ก็คิดว่าน่าจะเข้าไปช่วยเหลือชดใช้เยียวยาผู้เสียหาย