บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา ระบุเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า สหรัฐฯ กำลังพยายามสร้าง "ความเท็จ" เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบา รวมถึงเปิดทางให้กับการแทรกแซงทางทหารที่อาจเกิดขึ้น
คำกล่าวของรัฐมนตรีผู้นี้เกิดขึ้น หลังจากเว็บไซต์ข่าว Axios รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (17) โดยอ้างข้อมูลข่าวกรองลับที่ระบุว่า คิวบาได้จัดหาโดรนทางทหารมากกว่า 300 ลำ
"คิวบาไม่ได้คุกคามหรือปรารถนาสงคราม" โรดริเกซ กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมเสริมว่า ประเทศของตน "เตรียมพร้อมที่จะเผชิญการรุกรานจากภายนอก โดยใช้สิทธิป้องกันตนเองที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้รับการรับรองโดยกฎบัตรสหประชาชาติ"
รายงานดังกล่าวอ้างว่า ฮาวานาได้หารือแผนการที่จะใช้โดรนเหล่านั้นโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวกวนตานาโม เรือรบสหรัฐฯ รวมไปถึงคีย์เวสต์ในรัฐฟลอริดา
โรดริเกซ ไม่ได้เอ่ยถึงข้อกล่าวหาเรื่องโดรนอย่างชัดเจนในถ้อยแถลงของเขา
เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งบอกกับ Axios ว่า ข้อมูลข่าวกรองนี้ซึ่งอาจกลายเป็นข้ออ้างสำหรับการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ว่ามองคิวบาเป็นภัยคุกคามมากขนาดไหน เนื่องจากความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อทำสงคราม อีกทั้งยังมีที่ปรึกษาทางทหารของอิหร่านอยู่ในกรุงฮาวานาด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พวกเขาวางแผนที่จะฟ้องร้อง ราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการที่คิวบายิงเครื่องบิน 2 ลำของกลุ่มช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม Brothers to the Rescue ตกในปี 1996
การฟ้องร้องผู้นำการปฏิวัติวัย 94 ปีผู้นี้ จะถือเป็นการยกระดับแรงกดดันต่อคิวบาครั้งใหญ่ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ ได้กล่าวถึงรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของเกาะแห่งนี้ว่าทุจริตและไร้ความสามารถ และต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยใช้คดีอาญาต่อบุคคลทางการเมืองต่างชาติเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้ปฏิบัติการทางทหารมาแล้ว และ ทรัมป์ ได้ขู่ว่า คิวบา "จะเป็นรายต่อไป" หลังจากที่รัฐบาลของเขาจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ได้ในเดือน ม.ค.
จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ได้พบกับเจ้าหน้าที่คิวบา รวมถึงหลานชายของ ราอูล คาสโตร ระหว่างภารกิจการเยือนเกาะแห่งนี้ในระดับสูงที่เกิดขึ้นได้ยากมากเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (14)
ที่มา: รอยเตอร์