นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในการเดินทางไป–กลับสถานศึกษา ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานรถรับ-ส่งนักเรียนทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครอง และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รองรับการเปิดภาคการศึกษาใหม่ในห้วงเดือนพฤษภาคมนี้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบความพร้อมของรถรับ-ส่งนักเรียนทั่วประเทศ โดยสั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานศึกษาในการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพ โดยเฉพาะระบบเบรก ซึ่งหากพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ใช้รถใช้ถนน
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำฐานข้อมูลรถรับ-ส่งนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th เพื่อใช้ในการกำกับดูแลและพัฒนาระบบรถรับ-ส่งนักเรียนให้มีมาตรฐานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี GPS ในการติดตามตำแหน่งและตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการเดินทาง
ทั้งนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานผู้ให้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน โดยเพิ่มการอบรมผู้ขับรถและผู้ประจำรถเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยเด็ก ตลอดจนศึกษาแนวทางการกำหนดป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถรับ-ส่งนักเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและสร้างจุดสังเกตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่ใกล้รถรับ-ส่งนักเรียน
ขณะเดียวกัน ยังมีการต่อยอด "โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่" เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการอบรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับรถสาธารณะและรถบรรทุก เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนในภาพรวม
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชน โดยจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศ