xs
xsm
sm
md
lg

ทภ.1 แจงปมชาวบ้านร้องโดนทหารพรานทำร้ายร่างกาย พบมียาเสพติด-พยายามหลบหนี เกิดชุลมุนขณะจับกุม ย้าย จนท.ออกนอกพื้นที่แล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงกรณีชาวบ้านหนองหญ้าแก้วร้องเรียนทหารพรานทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ขณะซุ่มตรวจพื้นที่ พบชาวบ้านพฤติกรรมน่าสงสัย เข้าตรวจค้นกลับพยายามหลบหนีและมีอาวุธ ในตัวพบยาบ้า 21 เม็ด แต่เกิดชุลมุนระหว่างควบคุมตัวจนบาดเจ็บ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวน ย้าย จนท.ออกนอกพื้นที่แล้ว ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
วันที่ 18 พ.ค. 2569 กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล มีกลุ่มชาวบ้าน บ.หนองหญ้าแก้ว รวมตัวขอความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน บ.หนองหญ้าแก้วที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างติดตามตัวและขอตรวจค้นกรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เหตุเกิดในพื้นที่ชายแดน บ.หนองเสม็ด-บ.หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา

กองทัพภาคที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 69 เวลา 22.30 น. กองร้อยทหารพรานที่ 1204 จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และได้ตรวจพบ นายสุรัตน์ ชอบสระน้อย อายุ 37 ปี ชาวบ้าน บ.หนองหญ้าแก้ว มีพฤติกรรมน่าสงสัยจึงแสดงตัวและขอเข้าตรวจค้น แต่นายสุรัตน์มีพฤติกรรมขัดขืนและวิ่งหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามและดำเนินการควบคุมตัว ประกอบกับนายสุรัตน์มีอาวุธในมือ (ฉมวกแทงกบ) ทำให้เกิดการชุลมุนระหว่างควบคุมตัวจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นพบยาบ้า 21 เม็ดบริเวณกระเป๋ากางเกง และเงินสด 1,300 บาท โดยนายสุรัตน์ให้การรับสารภาพว่าเป็นยาเสพติดของตนเอง หน่วยจึงประสานผู้ใหญ่บ้าน และบิดาของนายสุรัตน์มารับตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 69 หน่วยได้รับแจ้งว่านายสุรัตน์มีอาการปวดท้อง/อาเจียนเป็นเลือด เข้ารับการรักษา ณ รพ.โคกสูง และส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.อรัญประเทศ และครอบครัวไปแจ้งความต่อ สภ.โคกสูงกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายนายสุรัตน์ และมีการรวมตัวของชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ไม่พอใจและเรียกร้องให้มีการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว


หน่วยต้นสังกัด กรมทหารพรานที่ 12 ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้มีการปรับย้ายเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวออกจากพื้นที่เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย และรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ หากกำลังพลกระทำผิดจริงก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยทหาร ควบคู่กับการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป 

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาหน่วยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามและเข้าเยี่ยมนายสุรัตน์จำนวน 2 ครั้ง และมอบเงินช่วยเหลือให้จำนวนหนึ่ง ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายสุรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน รวมถึงสืบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ต่อไป


ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความร่วมมือในการหาข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 1 ไม่มีนโยบายให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในทุกกรณี และยึดตามนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ทั้งการปกป้องอธิปไตยของชาติ การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งในพื้นที่ตอนในและตลอดแนวชายแดน จึงขอความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หากพบเห็นมีการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและรับมือกับภัยคุกคาม อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข