xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ขาดทุนกันเห็นๆ!ชาวไร่ลุ้ยพบพระ อ่วมทั้งอำเภอ ราคาดิ่ง-ต้นทุนพุ่ง ฝนซ้ำ ราระบาด แทบไม่มีพ่อค้ารับซื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตาก – ขาดทุนยับทั้งอำเภอ ตลอดแนวชายแดนพบพระ.. “ลุ้ย -ผักกาดขาวปลี” ราคาดิ่ง-ไม่มีพ่อค้ารับซื้อ สวนทางราคาปุ๋ย ยาฆ่าหญ้าฆ่าแมลง ยันค่าแรง-ค่าน้ำมันสูบน้ำ ทำต้นทุนพุ่งสูงปรี๊ด แถมเจอฝนซ้ำ-เชื้อราระบาด ผลผลิตเน่าบางแปลงเหลือไม่ถึงครึ่ง


เกษตรกรผู้ปลูก “ลุ้ย” หรือผักกาดขาวปลี ในพื้นที่อำเภอพบพระ จ.ตาก กำลังเผชิญวิกฤตราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก ท่ามกลางต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่าแรงงาน และค่าน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องสูบน้ำ รวมถึงสภาพอากาศแปรปรวน ร้อนจัดสลับฝนตกต่อเนื่อง ซ้ำเติมให้ผลผลิตเกิดเชื้อราและเน่าเสียจำนวนมาก

ล่าสุดจากการลงพื้นที่บริเวณบ้านรวมไทย 5 ตำบลรวมไทยพัฒนา อ.พบพระ พบเกษตรกรหลายรายกำลังเร่งตัดลุ้ยส่งขาย ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเหงา พ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากกำลังซื้อชะลอตัว ผลผลิตจำนวนมากตกค้างในแปลง

นายสือ แช่ว่าง อายุ 40 ปี เกษตรกรชาวบ้านชิบาโบ หมู่ 12 ตำบลคีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก เปิดเผยว่า ปลูกลุ้ยหรือผักกาดขาวปลีมานานเกือบ 20 ปี แต่ปีนี้ถือเป็นอีกปีที่หนักที่สุด เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและยาที่ปรับตัวแพงขึ้นมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ลุ้ยรุ่นนี้ปลูกจำนวน 15 ไร่ ใช้ต้นทุนเฉลี่ยไร่ละประมาณ 18,000-20,000 บาท ยังไม่รวมค่าแรงงานและค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งถือว่าสูงมาก ยิ่งช่วงนี้ต้องใช้น้ำรดอย่างต่อเนื่อง เพราะอากาศร้อนจัด ทำให้ต้องใช้เครื่องสูบน้ำตลอดทั้งวัน ต้นทุนน้ำมันดีเซลยิ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

“ปลูกมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยเจอต้นทุนสูงขนาดนี้ ทั้งปุ๋ย ทั้งยา ทั้งน้ำมัน ทุกอย่างขึ้นหมด แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำ ตอนนี้ขายหน้าสวนได้แค่กิโลละ 4 บาท บางวันพ่อค้าไม่เข้ามารับซื้อเลย” นายสือ กล่าว

นอกจากนี้ ยังต้องแบกรับค่าแรงคนงานตัดลุ้ย คิดคันละ 700 บาท ต่อรถปิกอัพ 1 คัน ขณะที่ในแต่ละวันพ่อค้ารับซื้อเพียงไม่กี่คัน ล่าสุดมีพ่อค้ารับซื้อเพียง 3 คันรถ เพื่อนำไปส่งขายที่อำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เนื่องจากในพื้นที่ระบายสินค้าได้ยาก


เกษตรกรรายนี้ยังระบุอีกว่า ปัญหาฝนตกสลับอากาศร้อน ทำให้ลุ้ยเกิดเชื้อราและเน่าเสียจำนวนมาก บางแปลงเสียหายเกินครึ่ง ต้องเลือกตัดเฉพาะต้นที่มีคุณภาพดี ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก

“รุ่นนี้ขาดทุนแน่นอน เพราะได้ผลผลิตไม่เต็มที่ แถมราคาก็ต่ำ พอตัดขายก็แทบไม่คุ้มค่าแรงและค่าน้ำมัน” นายสือ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

จากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่หลายราย พบว่าสถานการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับหลายครัวเรือน บางรายเริ่มชะลอการปลูกในรอบต่อไป เพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถแบกรับต้นทุนได้ หากราคาผลผลิตยังคงตกต่ำต่อเนื่อง


จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง ทั้งการช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต การควบคุมราคาปุ๋ยและน้ำมัน รวมถึงหาตลาดรองรับผลผลิต เพื่อช่วยพยุงราคาพืชผลทางการเกษตร ลดความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่

หลายฝ่ายมองว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป และทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้