มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อวันจันทร์(18พ.ค.) ออกมาปกป้องการเจรจากับสหรัฐฯ ยอมรับประเทศกำลังเจอแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงและไม่อาจอยู่ในการเผชิญหน้าอย่างถาวร แต่ยืนกรานว่าจะปกป้องสิทธิของประชาชนชาวอิหร่านอย่างเต็มกำลัง
"พวกเขาปิดกั้นเส้นทาง และเราไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้เช่นกัน" เปเซชเคียนกล่าวระหว่างการประชุมหนึ่ง ตามรายงานของสำนักข่าวไอเอสเอ็นเอ สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน "เราไม่สามารถส่งออกน้ำมันอย่างง่ายๆ"
นอกจากนี้แล้วประธานาธิบดีรายนี้ได้ตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายเห็นต่างในเรื่องเกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯ "พวกเขาตะโกนว่าเราไม่ควรเจรจา ถ้าเราไม่เจรจา แล้วเราควรทำอย่างไร? สู้รบไปตลอดกาลหรือ?" เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม เปเซชเคียน บอกด้วยว่าอิหร่านจะเดินหน้าเจรจาอย่างมีศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันก็จะปกป้องสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน "“การบอกว่าเราจะไม่เจรจาไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผล เราสามารถปกป้องสิทธิของประเทศชาติภายใต้การสนับสนุนของประชาชน เราต้องพูดคุยอย่างสมเหตุสมผลและได้รับคำตอบที่สมเหตุสมผลเช่นกัน"
ประธานาธิบดีรายนี้ยอมรับว่าอิหร่านกำลังเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจในวงกว้าง การเก็บภาษีทำได้ากขึ้นและธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆนานา "เราไม่อาจบอกได้ว่าเราไม่มีปัญหา" พร้อมระบุบางส่วนในโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม ก็ได้รับความเสียหายเช่นกันระหว่างความขัดแย้ง
กระนั้นก็ตาม เปเซชเคียน โพสต์ข้อความบนแพลฟอร์มเอ็กซ์ในเวลาต่อมา ว่าการเจรจาไม่ได้หมายความว่าเป็นการยอมจำนน "สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเขาสู่การเจรจาด้วยความมีเกียรติภูมิ ความน่าเชื่อถือ มีอำนาจอธิปไตยและโดยคำนึงถึงสิทธิของประเทศชาติเป็นสำคัญ และจะไม่มีวันล่าถอยจากสิทธิทางกฎหมายของประชาชนและของประเทศ"
"ด้วยตรรกะและความเข้มแข็งทั้งหมดที่เรามี เราจะรับใช้ประชาชนและปกป้องผลประโยชน์และเกียรติภูมิของอิหร่าน จนถึงที่สุด" เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุในวันจันทร์(18พ.ค.) ว่ายังคงมีการเจรจากับสหรัฐฯผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน
ความตึงเครียดในภูมิภาคโหมกระพือขึ้น นับตั้งแต่หรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ เตหะรานแก้แค้นด้วยการโจมตีใส่อิสราเอลและพันธมิตรทั้งหลายของอเมริกาในอ่าวเปอร์เซีย เช่นเดียวกับปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อตกลงหยุดยิงผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน มีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 เมษายน แต่การเจรจาลำดับต่อมาในอิสลามาบัด ล้มเหลวในการก่อข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน แต่กระนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขยายข้อตกลงหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียว ออกไปโดยไม่มีกำหนดหมดอายุ
(ที่มา:อิหร่านอินไซต์/อนาโดลู)