กองกำลังตำรวจสิงคโปร์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แถลงว่าได้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดของแก๊งอาชญากรรมเครือข่ายหลอกลวง ที่ดำเนินการในรูปแบบใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) Deepfake ตัดต่อจัดฉากการประชุมแบบผ่านแอปลิเคชัน Zoom แบบปลอมๆของพวกแก๊งอาชญากร แล้วใส่ใบหน้าของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าไปแทน ในนั้นรวมถึงนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ในปฏิบัติการล่อหลวงตุ๋นเงินจากนักธุรกิจรายหนึ่ง
ตามรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ ในคดีนี้เหยื่อ ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ถูกหลอกเอาเงินไปอย่างน้อย 4.9 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์(ประมาณ 125 ล้านบาท) ภายใต้ข้ออ้างว่าว่าเพื่อนำไปสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ปฏิบัติการของพวกสแกมเมอร์เริ่มจากการส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp ไปหาเหยื่อทั้งหลาย อ้างว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีสิงคโปร์ เชิญพวกเขาเข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี ครั้งที่เหยื่อคลิกเข้าร่วมประชุมผ่าน Zoom พวกเขาจะเห็นกลุ่มผู้นำระดับสูงในรัฐบาล ในนั้นรวมถึงนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง, ประธานาธิบดีธาร์มาน ชานมูการัตนัม, บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางสิงคโปร์ เช่นเดียวกับเหล่าผู้แทนทูตต่างชาติและพวกตัวแทนของบริษัทการเงินข้ามชาติ ที่มีชื่อเสียง ซึ่งทุกคนดูเหมือนจริงแบบ 100%
ระหว่างการประชุมแบบปลอมๆ กลุ่มอาชญากรรมที่สร้างจากเอไอ ทำการพูดคุยกันและบันทึกวิดีโอที่แสดงให้เห็นนายกรัฐมนตรีกล่าวแถลงการณ์ปิดการประชุม แม้กระทั่งกล่าวเอ่ยชื่อเหยื่อขอบคุณที่เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้หลังการประชุมเสร็จสิ้น กลุ่มคนที่แอบอ้างตัวเป็นทนายได้ทำการติดต่อเหยื่อในภายหลังแยกกัน เพื่อโน้มน้าวให้คนเหล่านั้นโอนเงินหลายล้านดอลลาร์เข้าบัญชีของพวกเขา ตำรวจเน้นย้ำว่าพวกสแกมเมอร์กลุ่มนี้เจาะจงเป้าหมายไปยังนักธุรกิจมืออาชีพที่เคยทำงานร่วมกับพวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาก่อน
อย่างไรก็ตามตำรวจสิงคโปร์พบข้อบกพร่องบางประการของเทคโนโลยี Deepfake ในวิดีโอ ในนั้น ลำดับแรกคือการขยับริมฝีปากไม่สอดคล้องกับเสียงพูด (เป็นเสียงปลอมที่ใส่เข้าไปในวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า) ส่วนลำดับที่ 2 วิดีโอของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ร่วมวงสนทนาเป็นการออกอากาศผ่านบัญชีเดียวกัน และลำดับที่ 3 พื้นหลังบิดเบี้ยวและโลโก้ Zoom ฉีกขาดอย่างไม่เท่ากัน บ่งชี้ว่ามันเป็นวิดีโอที่ตัดต่อโดยใช้เอไอ
(ที่มา:เอเจนซี)