เชียงราย - อาข่าหนุ่มวัย 24 อ่วมแล้ว..จนท.จัดหางานฯ ตระเวนแจ้งความแล้ว 11 โรงพัก ฐานหลอกคนไปทำงาน ตปท.รีดเงินอ้างเป็นค่าทำวีซ่า-ค่าตรวจโรค ฯลฯ จนสูญเงินกันระนาวเฉลี่ยรายละหลักหมื่น แถมเหยื่อแจ้งความฐานฉ้อโกงซ้ำ
กรณีแรงงานวัยหนุ่มสาวจากหลายอำเภอใน จ.เชียงราย อย่างต่ำ 30 คน เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย ว่าถูกนายกร หนุ่มอาข่า อายุ 24 ปี ชาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย หลอกจะพาไปทำงานที่อิสราเอลและโปรตุเกส โดยมีการเรียกเก็บเงินหลายรายการ เช่น อ้างว่าเป็นค่าทำวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ ฯลฯ รวมกันรายละตั้งแต่ 5,000-83,000 บาท
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำและรวบรวมหลักฐานจนครบถ้วน นายชินกร สถิตเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำผู้เสียหายพร้อมหลักฐาน เช่น การติดต่อทางไลน์ ข้อความทางเฟซบุ๊ก tiktok สลิปโอนเงิน ฯลฯ เดินสายแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ที่ผู้เสียหายประสบเหตุ เบื้องต้น 11 ท้องที่ ได้แก่ใน จ.เชียงราย ประกอบด้วย สภ.แม่จัน สภ.แม่ยาว สภ.แม่ฟ้าหลวง สภ.เมืองเชียงราย สภ.บ้านดู่ สภ. แม่สรวย นอกจากนี้ยังมีจังหวัดอื่นๆ คือสภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี สภ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย สภ.เมืองระยอง จ.ระยอง สภ.พานทอง จ.ชลบุรี สภ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เป็นต้น
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความกรณีนายกรมีพฤติกรรมรับจดทะเบียนจัดหางาน เป็นธุระจัดหาแรงงานอ้างว่าจะพาคนไปทำงานที่ต่างประเทศ, โฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อสาธารณะต่างๆ ซึ่งยังไม่รวมกรณีที่ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความเองตามสถานีตำรวจต่างๆ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฯลฯ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้นายกรไปติดต่อกับสถานีตำรวจต่างๆ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนที่พนักงานสอบสวนของแต่ละสถานีตำรวจจะมีการออกหมายเรียก-เสนอออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เจ้าทุกข์หลายรายได้ไปแจ้งต่อสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย ว่าได้เริ่มถูกหลอกตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมาโดยได้รับการติดต่อจากหลากหลายสถานที่ เช่น งานเลี้ยง เฟซบุ๊กจัดหางาน ญาติหรือคนรู้จัก ฯลฯ ว่านายกรสามารถพาไปทำงานต่างประเทศ มีการแจ้งผ่านสื่อโซเชียลฯ ว่าให้ส่งเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าและสัญญาจ้างงานในต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี 3 เดือน กำหนดค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าทำวีซ่า 9,800 บาท ค่าตรวจโรคประมาณ 4,550-4,650 บาท เงินมัดจำ 5,000 บาท ค่าใบสมัคร 25,000 บาท ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนสูญเสียเงินไปไม่เท่ากัน
แต่เมื่อถึงเวลาที่บอกว่าจะพาไปทำงานกลับเงียบหายไปและทุกคนก็ไม่ได้เดินทางไปทำงานจริงแต่อย่างใด เมื่อสอบถามไปนายกรก็พยายามบ่ายเบี่ยง นานวันเข้าก็ไลน์มาขู่เจ้าทุกข์ว่าจะไม่คืนเงินให้ หากอยากได้เงินคืนให้ไปใช้สิทธิตามกฎหมายเอาเองอีกด้วย