นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม สมช.พิจารณามาตรการในการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีมติระงับการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักร ยกเว้นเมียนมาร์และลาว ซึ่งที่ประชุมได้รับข้อพิจารณาจากกระทรวงพลังงาน ว่า มี 2 ประเทศ ที่ขอประเทศไทยช่วยส่งออกน้ำมัน คือ ประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีความสัมพันธ์อันดี รวมถึงมีการร้องขอมาเป็นน้ำมันเจ็ต เอ-วัน (Jet A-1) ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องบิน อีกทั้ง ที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกับกระทรวงพลังงานแล้วเห็นว่าการส่งออกน้ำมันดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อการใช้น้ำมันในประเทศของเรา เพราะเป็นน้ำมันเครื่องบิน ไม่ใช่น้ำมันอื่นๆ และเป็นการดีด้วยซ้ำที่จะช่วยลดสต๊อกที่เกินสต๊อกอยู่ในขณะนี้ จะทำให้พวกเราสามารถดำเนินการเรื่องน้ำมันได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน ถ้าถึงจุดหนึ่งขาดแคลนขึ้นมา กระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีพลังงานจะต้องรีบรายงาน และมีอำนาจในการระงับการส่งออกได้ ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้น้ำมัน
ทั้งนี้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุม สมช.พิจารณามาตรการในการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีมติระงับการส่งออกน้ำมันไปนอกราชอาณาจักร ยกเว้นเมียนมาร์และลาว ซึ่งที่ประชุมได้รับข้อพิจารณาจากกระทรวงพลังงาน ว่า มี 2 ประเทศ ที่ขอประเทศไทยช่วยส่งออกน้ำมัน คือ ประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีความสัมพันธ์อันดี รวมถึงมีการร้องขอมาเป็นน้ำมันเจ็ต เอ-วัน (Jet A-1) ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องบิน อีกทั้ง ที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกับกระทรวงพลังงานแล้วเห็นว่าการส่งออกน้ำมันดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อการใช้น้ำมันในประเทศของเรา เพราะเป็นน้ำมันเครื่องบิน ไม่ใช่น้ำมันอื่นๆ และเป็นการดีด้วยซ้ำที่จะช่วยลดสต๊อกที่เกินสต๊อกอยู่ในขณะนี้ จะทำให้พวกเราสามารถดำเนินการเรื่องน้ำมันได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องนี้อยู่ภายใต้อำนาจของกระทรวงพลังงาน ถ้าถึงจุดหนึ่งขาดแคลนขึ้นมา กระทรวงพลังงาน โดยอธิบดีพลังงานจะต้องรีบรายงาน และมีอำนาจในการระงับการส่งออกได้ ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้น้ำมัน