xs
xsm
sm
md
lg

ลุงมันรั้น!จีนเดือดปุดเพิ่งปูพรมแดงต้อนรับแท้ๆ ทรัมป์ส่อละเมิดธรรมเนียมต่อสายตรงคุยผู้นำไต้หวัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯเปิดเผยเมื่อวันพุธ(20 พ.ค.) ว่าเขาจะพูดคุยโดยตรงกับ ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายอาวุธ อันจะเป็นการละทิ้งธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูต ซึ่งแน่นอนว่ามันโหมปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความขุ่นเคือนในทันทีจากจีน ประเทศที่ให้การต้อนรับขับสู้ผู้นำอเมริกาเป็นอย่างดี ระหว่างการเดินทางเยือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้นำสหรัฐฯและไต้หวันไม่พูดคุยกันโดยตรงมาตั้งแต่ปี 1979 ครั้งที่วอชิงตันตัดขาดทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน หันไปรับรองรัฐบาลจีนในปักกิ่ง

จีนกล่าวอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน และไม่ปฏิเสธเข้ายึดครองโดยใช้กำลัง ส่วนสหรัฐฯให้การสนับสนุนเกาะปกครองตนเองแห่งนี้มาช้านาน และมีภาระผูกพันตามกฎหมายให้มอบหนทางสำหรับป้องกัยตนเองแก่ไทเป แต่ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาสมดุล ด้วยการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่ง

เมื่อปี 2016 ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดี ทรัมป์เคยรับโทรศัพท์จาก ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ณ ขณะนั้น การกระทำที่ก่อความโกรธเคืองแก่ปักกิ่ง

ประธานาธิบดีไล่ ซึ่งก้าวเข้าสู่อำนาจในปี 2024 เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมผลักดันแข็งขันที่สุดมานานหลายปี ให้ยกระดับการป้องกันตนเองแก่เกาะแห่งนี้

ครั้งที่ถูกถามในวันพุธ(20พ.ค.) ว่าเขามีแผนพูดคุยกับ ไล่ หรือไม่ ก่อนตัดสินใจขายอาวุธให้แก่เกาะแห่งนี้ ทรัมป์ตอบว่า "ผมจะพูดกับเขา ผมพูดคุยกับทุกๆคน เราจะทำงานกันในเรื่องนี้ ทำงานกันเกี่ยวกับปัญหาไต้หวัน"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ยกย่องความสัมพัฯธ์ระหว่างเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ว่า "อัศจรรย์" ตามหลังการประชุมซัมมิต 2 วันในกรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ของการพูดคุยกันระหว่างทรัมป์กับไล่ ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบในวันพฤหัสบดี(21พ.ค.) ว่าปักกิ่งคัดค้านอย่างหนักแน่น ต่อการติดต่ออย่างเป็นทางการใดๆระหว่างสหรัฐฯและไต้หวัน เช่นเดียวกับการที่อเมริกาขายอาวุธแก่ไต้หวัน

ในสัปดาห์ที่แล้ว ครั้งที่บินกลับจากกรุงปักกิ่ง หลังพบปะกับสี จิ้นผิง ทรัมป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามคำถามแบบเดียวกันบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไต้หวัน ซึ่งเขาตอบว่าจะตัดสินใจในเรื่องนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "ผมต้องพูดคุยกับคนที่ตอนนี้กำลังปกครองไต้หวันอยู่ คุณก็รู้ว่าเขาคือใคร" ทรัมป์ระบุ

จีนโต้แย้งไปยังสหรัฐฯ "ให้หยุดส่งสัญญาณผิดๆถึงกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว

ในปี 1979 สหรัฐฯผ่านกฎหมยความสัมพันธ์ไต้หวัน ซึ่งเน้นย้ำว่าอเมริกาสามารถมอบอาวุธที่มีลักษณะป้องกันตนเองแก่ไต้หวัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขายังคงขายอาวุธแก่ไทเป

ทรัมป์ บอกว่าเขายังไม่ตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเดินหน้าขายแกพ็คเกจอาวุธ 14,000 ล้านดอลลาร์แก่ไต้หวัน ซึ่งตามข่าวแล้วในนั้นรวมถึงอุปกรณ์ต่อต้านโดรนและระบบขีปนาวุธป้องกันตนเอง

ระหว่างที่ทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่ง จีนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไต้หวัน คือหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดย สี เตือนเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจ ถ้าประเด็นนี้ถูกจัดการอย่างแย่ๆ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีน ในประเด็นไต้หวัน โดยบอกว่า "สี มีความรู้สึกอย่างแรงกล้าต่อไต้หวัน แต่ยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆทั้งสิ้น" ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

นับตั้งแต่ทรัมป์และสีประชุมซัมมิตกัน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เผยแพร่ถ้อยแถลง เน้นย้ำว่าเกาะแห่งนี้เป็น "ประเทศประชาธิปไตยที่มีอธิปไตยและเอกราช" และไม่ยอมแลกสิ่งเหล่านี้กับสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน พร้อมบอกว่าการขายอาวุธโดยสหัฐฯ คือปัจจัยสำคัญที่จะคงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุในวันพฤหัสบดี(21พ.ค.) ว่า ไล่ รู้สึกยินดีที่จะได้คุยกับ ทรัมป์ ในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาไว้ซึ่งสถานภาพที่มั่นคงในช่องแคบไต้หวัน

อนึ่งการละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติของทรัมป์เมื่อปี 2016 นำมาซึ่งการยื่นประท้วงของจีนไปยังสหรัฐฯ ต่อการพูดคุยทางโทรศัพท์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ที่ว่าเขาได้หารือเกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไทเป "แบบลงรายละเอียด" กับ สี ด้วยเช่นกัน ก็ถือเป็นการละเมิดธรรมเนียมนโยบายของสหรัฐฯอย่างน่าประหลาดใจอีกอย่าง ถ้ามันเป็นความจริง

ในปี 1982 สหรัฐฯรับประกันกับไต้หวันว่าจะไม่หารือกับปักกิ่งเกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไทเป แก่ครั้งที่ถูกถามเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาดังกล่าวระหว่างบินกลับจากปักกิ่ง ทรัมป์บอกว่ายุคทศวรรษ 1980 มันผ่านมานานแล้ว

(ที่มา:บีบีซี)