xs
xsm
sm
md
lg

สงครามอิหร่านรอบใหม่...สงครามระหว่างความดีกับความชั่ว!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เบนจามิน เนทันยาฮู
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องแวะไปดูคุณปู่อิสราเอลกันอีกสักรอบนั่นแหละทั่น!!! เพราะ “สงครามอิหร่านรอบใหม่” จะเกิด-ไม่เกิด ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านับจากนี้ คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่พยายามชักเข้า-ชักออก เลื่อนแล้ว-เลื่อนอีก มากมายสักเท่าไหร่ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับผู้นำอิสราเอลอย่าง “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์” หรือนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu” นั่นแหละเป็นหลัก ว่าจะลาก จะจูง “สุนัขบ้า”มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกให้ออกไปกัดไปขย้ำ ใครต่อใคร กันในเมื่อไหร่? ตอนไหน?

เพราะระบอบการเมืองอเมริกา ที่เรียกๆ กันว่า “ประชาธิปไตย”ตามแบบฉบับอเมริกาช่วงนี้ แทบต้องให้คำนิยามว่ากลายเป็นระบอบ “จากอิสราเอล-โดยอิสราเอล-และเพื่ออิสราเอล” ไปแล้วก็ว่าได้ หรือได้กลายเป็นIsrael First” ไม่ใช่ America First” ดังการหาเสียงโฆษณาของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” แต่อย่างใด เอาง่ายๆ...แค่ดูจากการคัดเลือกตัวผู้สมัครตำแหน่งวุฒิสมาชิกพรรครัฐบาล หรือพรรครีพับลิกันรอบแรก ที่เรียกๆ กันว่า Primary Vote” อะไรทำนองนั้น ผู้ที่โดดเด่น เป็นสง่า ทั้งในแง่คุณสมบัติส่วนตัว หรือในนามพรรค และอาจชนะการเลือกตั้งได้แบบสบายๆ อย่าง “นายThomas Massie” แต่สุดท้าย...กลับถูก “ไก่แพ้” หรือผู้ที่เคยแพ้การเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แถมออกจะกระจอกงอกง่อย ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้น-เป็นอันเอาเลยแม้แต่น้อย อย่าง “นายEd Gallrein” เฉือนเอาชนะไปต่อหน้า-ต่อตา สร้างความมึนซ์ซ์ซ์งงง์ง์ง์ให้กับบรรดา “ปวงชนชาวอเมริกัน”แบบชนิดแม้ไม่อยากจะเชื่อแต่คงต้องเชื่อจนได้!!!

ด้วยเหตุเพราะ “นายThomas Massie” ผู้ที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”เคยยกย่อง ยกยอแบบสุดๆ ถึงขั้นว่าเป็น “นักรบแห่งฝ่ายอนุรักษนิยม” เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว แต่ดันกลายมาเป็นผู้ไม่เห็นด้วยเอามากๆ ต่อการเปิดฉากสงครามอิหร่านโดยอเมริกาและอิสราเอลนั่นแหละทั่น รวมทั้งยังเป็นผู้ที่สนับสนุนให้เปิด “แฟ้มลับเอปสตีน”(Epstein File) ที่เชื่อกันว่าเป็น “ชนักปักหลังทรัมป์บ้า” จนต้องยอมให้อิสราเอลลากๆ จูงๆ ไปทางไหนต่อไหนก็ย่อมได้ และเพียงแค่การแสดงอากัปกิริยา แสดง “จุดยืน” ออกมาในแนวนี้ ส่งผลให้ผู้นำอเมริการวมทั้งบรรดาพวก “ยิวอีสซึ่ม” ในอเมริการุมอัด รุมถล่ม ตัวแทนพรรครีพับลิกันรายนี้ โดยมีกลุ่มก้อน องค์กร ที่เรียกตัวเองว่า RJC”(Republican Jewish Coalition) ของบรรดาชาวอเมริกันเชื้อสายยิวทั้งหลาย ทุ่มเทเงินทอง จำนวนถึง3.9 ล้านดอลลาร์ เพื่อสกัดกั้น ทำลาย ผู้สมัครชิงตำแหน่งรายนี้ อย่างออกหน้า ออกตา องค์กร AIPAC” (American Israel Public Affairs Committee) ร่วมบริจาคให้อีก 4.1 ล้านดอลลาร์ ไปจนถึงนักธุรกิจชาวยิวที่เป็นผู้สนับสนุน “ทรัมป์บ้า” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีตลอด2 สมัย อย่าง “นายMiriam Adelson” ควักเงินช่วยสมทบอีก7.9 ล้านดอลลาร์ รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 15.5 ล้านดอลลาร์ จนทำให้ “นายThomas Massie” ไม่เหลือที่นั่ง ที่ยืน ไม่เหลือคุณสมบัติที่จะลงเลือกตั้งในนามพรรครีพับลิกันได้อีกต่อไป ในการวัดตัดสินเมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมา (12 พ.ค.) หรือไม่ต่างอะไรไปจากการแทรกแซงการเลือกตั้งในอเมริกาโดยอิสราเอล อย่างเป็นเรื่อง-เป็นราว เป็นระบบและกิจการ โดยที่บรรดาอเมริกันชนทั้งหลายได้แต่ “แบ๊ะ-แบ๊ะ-แบ๊ะ” ไปตามสภาพนั่นเอง...

ดังนั้น...จึงไม่ถึงกับน่าแปลกใจอะไรมาก ที่ประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลาง แต่สุดแสนจะทะเยอทะยานอย่างอิสราเอล ถึงสามารถหันซ้าย-หันขวา สามารถลากจูง “สุนัขบ้า” อย่าง “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกา ไปทิศไหนต่อทิศไหนก็ย่อมได้ แต่ก็นั่นแหละ...การลากอเมริกาให้มาร่วมไล่งับประเทศอิหร่าน ขย้ำบรรดาชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ไปจนถึงบรรดาชาวเลบานอนภาคใต้ เพื่อหวังจะบรรลุปณิธานแห่งการทำให้อิสราเอลยิ่งใหญ่ยิ่งไปกว่าเดิม (The Greater Israel) ในแบบไม่คิดจะสนใจว่าโลกทั้งโลกจะมองตัวเองไปในลักษณะไหน? ไม่สนใจความ “ถูกต้อง-เป็นธรรม” ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย มันก็เลยทำให้โลกแทบจะทั้งโลก หันมา “เกลียดอิสราเอล” แบบชนิดเข้าไส้-เข้ากระดูกไปแล้วในทุกวันนี้...ก็ว่าได้!!!

โดยเฉพาะในกรณีที่รัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอล อย่าง “นายItamar Ben-Gvir” ได้อวดโชว์ความถ่อย ภาคภูมิใจกับความถ่อยของตัวเองเสียเหลือเกิน จนต้องนำเอาคลิปวิดีโอ ขณะที่ตัวเองและทหารอิสราเอลบุกเข้าเล่นงานบรรดาผู้ที่ปรารถนาจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือบรรดา “นักมนุษยธรรม” ทั้งหลาย จำนวน400 คนที่พยายามล่องเรือ Global Samud Flotilla” ฝ่าด่านปิดล้อมของอิสราเอล เข้าไปช่วยเหลือ เยียวยา บรรดาชาวปาเลสไตน์ด้วยอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ออกมาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความภาคภูมิใจในความถ่อยของตัวเอง ด้วยการสั่งให้ทหารอิสราเอลมัดมือ มัดตีน บรรดานักมนุษยธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวอิตาลี อังกฤษ แคนาดา ตุรกี กรีซ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ บังคับให้หมอบก้มหน้าหัวจรดพื้นรวมทั้งทุบตี ด่าทอ เยาะเย้ย ขณะที่ตัวเองโบกธงชาติอิสราเอล อย่างสุดแสนภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน...

นี่...เรียกว่าไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่รัฐมนตรีอิสราเอลรายนี้ พยายามอวดโชว์ความกร่าง ความถ่อย ของตัวเอง ครั้งที่เปิดแชมเปญฉลองกันกลางสภาฯ หลังรัฐสภาอิสราเอลผ่านกฎหมายอนุญาตให้ “แขวนคอ”นักโทษชาวปาเลสไตน์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อันนั้น...ก็ทำให้ใครต่อใครแทบอ้วกแตก-อ้วกแตน กับความหยาบ ความถ่อยของนักการเมืองอิสราเอลมาพอสมควรแล้ว ยิ่งเมื่อเห็นภาพการฉลองงานวันเกิดของรัฐมนตรีรายนี้ ด้วยการแต่งเค้กเป็นรูป “เชือก” ที่เอาสำหรับแขวนคอนักโทษประหาร ออกมาตัด มาหั่น ด้วยความภาคภูมิและลำพองเป็นอย่างยิ่ง ก็ยิ่งทำให้ผู้ที่ยังพอหลงเหลือ “ความเป็นมนุษย์” อยู่มั่ง ไม่ว่ามากหรือน้อย แทบรับประทานอะไรไม่ลงเอาเลยก็ว่าได้ แต่ยิ่งเมื่อได้เห็นภาพการบุกเข้าเล่นงานบรรดา “นักมนุษยธรรม” แถมใน “น่านน้ำสากล” อีกด้วยต่างหาก ก็ยิ่งส่งผลให้โลกทั้งโลกอดมิได้ที่จะต้องรากเขียว-รากเหลือง ต่อความหยาบ ความถ่อย ความเป็นปิศาจ-ซาตานของผู้ที่เชื่อว่าชาวยิวคือผู้ที่พระผู้เป็นเจ้าได้เลือกสรรเอาไว้แล้ว อย่างมิอาจละสายตาอีกต่อไปได้เลย...

คืออันที่จริง...ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยามนุษย์ตาดำๆ ด้วยกันอย่างบรรดาชาวปาเลสไตน์ ของบรรดานักมนุษยธรรมทั้งหลาย ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มในครั้งนี้ หลายต่อหลายรายอดไม่ได้ที่จะเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จนทำให้ความพยายามฝ่าด่านปิดล้อม ที่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าเพื่อสกัดกั้นการส่งอาวุธให้กับศัตรูอย่างพวก Hamas” มีมาแล้วหลายครั้ง หลายหน แต่ก็มักถูก “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์” แห่งกองทัพอิสราเอลสกัดกั้นรุมเล่นงานครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ไม่ว่าเรือ Mavi Marmara” ที่ถูกถล่มในปี ค.ศ.2010 ฆ่านักมนุษยธรรมชาวตุรกีตายไปถึง 9 ราย หรือเมื่อเดือนที่แล้ว เรือของนักมนุษยธรรมจำนวน22 ลำถูกสกัดขัดขวาง จับพวกนักมนุษยธรรมไปขังคุกอิสราเอลถึง175 รายด้วยกัน แต่เหตุที่ครั้งนี้ออกจะเป็นอะไรที่โด่งดังและอื้อฉาวไปทั่วทั้งโลก ก็เพราะรัฐมนตรีอิสราเอลอย่าง “นายItamar Ben-Gvir” อยากจะอวดโชว์ความหยาบ ความถ่อยของตัวกูเองให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก ด้วยการเผยแพร่คลิปวิดีโอออกมาให้เห็นกันจะจะ...

และนั่น...ก็เลยทำให้โลกทั้งโลกรับประทานอะไรไม่ลงกันไปเป็นแถวๆ ต้องออกมาด่า ออกมาประณาม หรือถึงขั้นเรียกทูตอิสราเอลเข้าพบเพื่อชี้แจงกันไปเป็นประเทศๆ รัฐมนตรีต่างประเทศสเปน “นายJose Manuel Albares” ถึงกับต้องใช้คำว่า “น่าเกลียด-น่าชัง ไร้ความเป็นมนุษย์และไร้เกียรติศักดิ์ศรีโดยสิ้นเชิง” นายกรัฐมนตรีแคนาดาคู่ปรับของ “ทรัมป์บ้า” อย่าง “นายMark Carney” ใช้คำว่า “เลวเช็ด”(Abominable) นายกรัฐมนตรีอิตาลี “นางGiorgia Meloni” สรุปว่า “เป็นการหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” จนต้องเรียกทูตอิสราเอลเข้าพบเพื่อด่า เพื่อประณามกันเป็นการเฉพาะ หรือทุกๆ ประเทศที่พลเมืองตัวเองถูกทุบ ถูกตีถูกมัดมือไขว้หลังสั่งให้คว่ำหน้าจูบพื้น ต่างมิอาจอดทน อดกลั้นไปด้วยกันทั้งสิ้น ขณะที่ผู้นำอิสราเอล อย่าง “นายBenjamin Netanyahu” ที่จำเป็นต้องพึ่งพาพรรคการเมืองของ “นายBen-Gvir” ประคองรัฐบาลอิสราเอลให้อยู่รอดปลอดภัยเข้าไว้ก่อน พยายามแฉลบออกข้าง ด้วยการออกมาบอกว่าถือเป็น “เรื่องส่วนตัว” ของ “นายBen-Gvir” อะไรทำนองนั้น ไม่ใช่เป็นการกระทำที่เป็น “องค์ประกอบอันทรงคุณค่าของประเทศอิสราเอล” แต่อย่างใด...

แต่เอาเป็นว่า...โดยสรุปรวมความแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศอิสราเอลกำลังกลายเป็นที่ถูกเกลียดชังไปทั่วทั้งโลกอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่น การลาก “สุนัขบ้า” หรือการหวังที่จะอาศัยแสนยานุภาพของกองทัพอเมริกาในการไล่งับใครต่อใครมันจึงทำให้ทั้งอเมริกาและอิสราเอลเละเทะ เลอะเทอะ หรือเลวทรามต่ำช้าไปด้วยกันทั้งคู่ การคิดจะเปิดฉากสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน มันจึงกลายเป็นสงครามที่ปราศจาก “ความชอบธรรม” หรือพ่ายแพ้ไปแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น ยิ่งเมื่อฝ่ายอิหร่านเขาเตรียมพร้อม เตรียมรับมือ ความไม่ถูกต้อง-ชอบธรรมเอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าด้วยขีปนาวุธที่ยังเหลืออยู่ในคลังไม่น้อยกว่า 70-90 เปอร์เซ็นต์ตามที่สื่ออเมริกันเองคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ไปจนขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยงัดออกมาใช้ ที่อาจทำให้ “เรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกัน” จมอยู่ก้นอ่าวเปอร์เซียเอาง่ายๆ หรือการเปิด “สมรภูมิใหม่” ที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นพื้นที่ไหน? แบบไหน? และอย่างไร? อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้สามารถ “ฟันธง” ไว้ก่อนล่วงหน้าได้เลยว่า โอกาสที่ทั้งอเมริกาและอิสราเอล...หรือทั้ง “ไอ้บ้า”และ “ไอ้เหี้ย...มม์ม์ม์” จะ “เจ๊ง” ไปด้วยกันทั้งคู่ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ เพราะมันแทบไม่ต่างอะไรไปจาก “สงครามระหว่างความดี-กับ-ความชั่ว” นั่นเอง!!!