อุดรธานี “สุริยะ” ฟิตลุยงาน! ประเดิมภารกิจแรกหลังป่วยฉุกเฉิน ร่วมงานบวช นายราเชนทร์ ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีฝนหลวงฯ ที่เป็นข่าวดังตอบโต้กันไปมาเรื่องการใช้งบก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำสามพร้าว สั่งเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก เผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจงาน 3 จุด รพ.ศูนย์อุดรฯ จัดรถกู้ชีพกู้ภัยขั้นสูง (EMS) มาสแตนด์บายเผื่อเกิดเหตุป่วยฉุกเฉิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (25 พ.ค.) นายสุริยะได้กลับมาปฏิบัติภารกิจตามกำหนดหลังจากออกจากโรงพยาบาลเพราะป่วยฉุกเฉิน โดยเดินทางมายัง วัดป่าบ้านตาด เพื่อร่วมพิธีอุปสมบทของ ราเชนทร์ ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ที่มีข่าวตอบโต้กันไปมาเรื่องงบก่อนหน้านี้ บรรยากาศภายในงานคึกคัก มีบุคคลสำคัญทางการเมือง ข้าราชการระดับสูง รวมถึงประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอนุโมทนาบุญจำนวนมาก เช่น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และ นายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์
จากนั้นในเวลา 11.00 น. นายสุริยะพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการป้องกันปัญหาน้ำท่วม ที่ประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนและติดตามแนวทางบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม เพื่อความพร้อมด้านความปลอดภัยและสุขภาพของรัฐมนตรี ทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีได้จัดรถกู้ชีพกู้ภัยขั้นสูง (EMS) มาสแตนด์บายในพื้นที่ภารกิจและจุดตรวจงานรวม 3 คัน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินตลอดการลงพื้นที่
ระหว่างลงพื้นที่ นายสุริยะยอมรับว่าแม้สภาพร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่ยืนยันตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน และไม่ต้องการยกเลิกกำหนดการที่นัดหมายไว้กับชาวบ้าน
“วันนี้ร่างกายอาจจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แต่เราได้นัดกับพี่น้องประชาชนไว้แล้ว เรื่องใจนี่เกินร้อย พร้อมเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ” นายสุริยะกล่าว
พร้อมกันนี้ นายสุริยะยังเปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกรมชลประทานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ขณะนี้พบปัญหาหลักด้านการบริหารจัดการน้ำ 3 ส่วนสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขิน ปัญหาตลิ่งและพนังกั้นน้ำชำรุดทรุดโทรม รวมถึงระบบประตูระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
นายสุริยะเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การออกแบบโครงสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในปัจจุบันไม่สามารถมองเพียงจุดใดจุดหนึ่งได้ แต่ต้องวางแผนในลักษณะภาพรวมทั้งระบบ หรือ System Approach โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตตัวเมืองอุดรธานี ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งสำหรับพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการบริหารจัดการลุ่มน้ำห้วยหลวงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการไปยังกรมชลประทาน ให้ปรับแนวทางการทำงานแบบบูรณาการ โดยต้องทำงานร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ปัญหาสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง และลดปัญหาการทำงานแบบต่างคนต่างทำ
รมว.เกษตรฯ ยังเน้นย้ำให้มีการจัดทำแผนสื่อสารและระบบแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝนและฤดูแล้ง เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรสามารถเตรียมความพร้อมได้ทัน รวมถึงรับทราบแผนการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
นายสุริยะกล่าวอีกว่า พื้นที่ตำบลสามพร้าวถือเป็นจุดวิกฤตที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากต่อเนื่องถึง 3 ปี หากไม่มีการจัดเก็บข้อมูลและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ปัญหาเดิมก็จะเกิดซ้ำอีก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ภายในระยะเวลา 4 ปีที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับมาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ คือการเร่งขุดลอกแหล่งน้ำและเปิดทางระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ ขณะที่แผนระยะยาวจะผลักดันการก่อสร้างประตูระบายน้ำในจุดสำคัญ เพื่อควบคุมทิศทางและปริมาณน้ำให้เหมาะสม
“ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป กระทรวงเกษตรฯ จะลงรายละเอียดในทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง เกษตรกรต้องมีน้ำใช้ในหน้าแล้ง และปลอดภัยจากน้ำท่วมในหน้าฝน ขอให้ประชาชนมั่นใจได้” นายสุริยะกล่าว
นอกจากนี้ นายสุริยะยังได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอุดรธานีบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยนำระบบบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงกับแผนการผลิตทางการเกษตร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ยังสั่งให้มีการติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิด และรายงานผลกลับมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดความล่าช้าในการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด