xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจแม่-อาม่า-พี่สาว หลังเป็นข่าวแต่หมูยังไม่สำนึกก่อวีรกรรมทำร้ายพี่สาวยึดที่ดินแม่ไล่พ่อออกจากหอพัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากกรณี นางพวงเพ็ญ หรือเจ้เปิ้ล อายุ 62 ปี พร้อม น.ส.หมวยพี่สาว อายุ 63 ปี และอาม่า อายุ 88 ปี แม่เจ้เปิ้ล-เจ้หมวย เข้าร้องเรียนมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังนางเปิ้ลพร้อมด้วยนางสาวหมวย และคุณแม่ วัย 88 ปี นำหลักฐานเอกสารต่างๆมาให้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ตรวจสอบช่วยเหลือ โดยทั้ง 3 คน ถูกนายหมู ลูกชาย อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ ของนางเปิ้ล มาขอร้องให้ผู้เป็นแม่ไปยืมเงินนางสาวหมวยจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อไปโชว์ในบัญชีทำเรื่องกู้มาลงทุนสร้างหอพัก พอเรื่องกู้ผ่าน กลับเบี้ยวเงินผู้เป็นป้า ไม่ยอมพูดคุย บล็อกช่องทางการติดต่อ แต่คนที่ชอกช้ำใจมากที่สุดต้องร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดทุกคืนคือผู้เป็นแม่ เนื่องจากเป็นผู้ออกหน้าค้ำประกันให้กับลูกชายตอนไปยืมเงินป้ามา จนคิดจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง แม่กับพี่สาวต้องคอยปลอบใจและช่วยเหลือ ตามที่เป็นข่าวเสนอไปอย่างใหญ่โตในสื่อมวลชน
ทุกแขนงแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 25 พฤษภาคม 69 เวลา 14.30 น. ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นางเปิ้ล นางสาวหมวยและอาม่าพร้อมด้วย นางสาวส้ม อายุ 40 ปีลูกสาวคนโตของนางเปิ้ลและเป็นพี่สาว นายหมู ที่หลอกเอาเงินผู้เป็นป้าโดยให้แม่ค้ำประกัน ไปเป็นจำนวนเงินถึง 10 ล้านบาท ได้เดินทางมาแถลงกับ สื่อมวลชน โดยนางสาวส้ม ซึ่งก่อนหน้านี้บินกลับมาจากฝรั่งเศส ได้เปิดเผยถึงพฤติกรรม วีรกรรมของนายหมูน้องชายคนเล็กว่า นอกจากจะหลอกเอาเงินจำนวน 10 ล้านบาทจากผู้เป็นป้าโดยให้แม่ค้ำประกันแล้ว ตนเองยังถูกน้องชายคนเล็กคนนี้ ทำร้ายต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นการพยายาม ยึดหอพักที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งตนเองมี 2 อาคาร ส่วนนายหมูมี 3 อาคารอยู่ติดกัน ตนถูกน้องชายแกล้งต่างๆนารารวมทั้งบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายจนต้องแจ้งความไว้ที่โรงพัก ดำเนินคดีข้อหา ทำร้ายร่างกาย, ลักทรัพย์, บุกรุก และต้องขึ้นศาลจังหวัดมหาสารคามในวันพรุ่งนี้เวลาบ่ายโมงตรง ตนก็ไม่เข้าใจว่าน้องชายคนเล็กคนนี้ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นคนละคนซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งที่ไม่มีปัญหากับครอบครัว หลังจากได้เงินจากผู้เป็นป้าไป 10 ล้านแล้ว เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มีหลายครั้งที่พาคนงานต่างด้าวชาวพม่ามานับ 10 คน บุกเข้ามาที่หอพักตนเอง แล้วตัดน้ำตัดไฟ ไล่คนที่เช่าอยู่ บอกว่าตนไม่ใช่เจ้าของ เจ้าของที่แท้จริงคือตัวเขา แต่คนที่เช่าทุกคนเขาก็ดีมากเข้าใจทุกอย่าง

ที่สำคัญตอนนี้พ่อของตนเองซึ่งอยู่ในหอพักของนายหมูก็ถูกนายหมูร่วมกับนายโฟนน้องชายอีกคนเป็นพี่ชายนายหมูไล่ออกมา จนตนเองต้องให้พ่อมาอาศัยอยู่ที่หอพักของตนเองจนถึงทุกวันนี้ ตนอยากให้น้องชายสำนึกและออกมาขอโทษแม่ป้า รวมทั้งนำเงิน จำนวน 10 ล้านมาคืนป้าด้วย ในส่วนของตนเองที่มีสามีเป็นชาวฝรั่งเศส และมี ถิ่นฐานอยู่ที่นั่น ก็ไม่อยากจะดำเนินธุรกิจหอพักแล้ว อยากจะขายและกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากกว่า แต่ด้วยที่ยังเป็นห่วงผู้เป็นแม่-ป้า แล้วก็ยาย ที่ถูกน้องชายโกงเงินแบบนี้ก็ต้องอยู่เคียงข้างต่อสู้ ให้กับแม่ต่อไป

นางเปิ้ล แม่ของนายหมู กล่าวทั้งน้ำตาในวันนี้อีกว่าหลังจากเป็นข่าวใหญ่โตปรากฏว่าลูกชายคนเล็กคือในหมูกับไม่มีความสำนึก หรือรับผิดที่ทำแบบนี้ ตรงกันข้าม กับไม่ยอมรับสายมือถือตนเอง รวมทั้งผู้เป็นป้าเจ้าของเงิน10 ล้านบาท โดยอ้างกับทนายฝั่งของตนว่า เขาชนะคดีในศาลแล้วเขาไม่กลัวหรอกเรื่องทุกเรื่องให้ไปเจอกันในศาลได้ตลอดเวลา ตนก็ไม่เข้าใจว่า ตนให้กำเนิดลูกคนนี้มาได้อย่างไร ตนยอมรับว่าตนเป็นครอบครัวที่ล้มเหลวเลี้ยงลูกไม่ดี แต่ก่อนายหมูลูกชายคนนี้เป็นเพียงแค่พนักงานโฮมโปรเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ตนก็เห็นว่า เป็นรายได้ที่ไม่พอกิน จึงยกที่ดินจำนวนในจังหวัดต่างๆหลายไร่ รวมทั้งจังหวัดปทุมธานีให้เขาปลูกอพาร์ทเม้นท์ ตนกับครอบครัวต้องย้ายออกมาตรงจุดนี้ และยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับลูกชายเนรคุณคนนี้ไป ตนจะต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อนำทรัพย์สินที่ตนเองยกให้เขาไปกลับคืนมา แต่ถ้าเขาสำนึกเอาเงินมาคืนพี่สาวตนเองตนพร้อมให้อภัย

ด้านนายรณณรงค์ กล่าวว่า เบื้องต้นทรัพย์สินที่คุณแม่ยกให้ในจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอื่นๆอีกมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ตนจะพาผู้เสียหายเดินทางไปร้องเรียนแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อแจ้งความ ในข้อหา เหตุเนรคุณไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ ซึ่งตอนนั้นนายหมูจะรู้สึกว่า เงินที่เกินผู้เป็นบ้าไป 10 ล้านบาทนั้น มันมีมูลค่าน้อยกว่าทรัพย์สมบัติ 200 ล้านที่แม่มอบให้ไป แล้วอย่ามาเสียใจในตอนนั้นก็แล้วกัน