เอพี – เจ้าหน้าที่ในตะวันออกกลางเผยอเมริกา-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเตหะรานส่งมอบสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงให้ประเทศที่สาม ขณะที่ทรัมป์ยืนยันการเจรจามีความคืบหน้า แต่ไม่จำเป็นต้องรีบปิดดีล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค.) ว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์กับอิหร่านมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่า ไม่ควรรีบร้อนทำข้อตกลง พร้อมตอบโต้เสียงวิจารณ์จากสมาชิกรีพับลิกันบางคนที่ต้องการให้วอชิงตันใช้แนวทางแข็งกร้าวมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ในตะวันออกกลางสองคนเผยว่า ภายใต้ข้อตกลงที่เป็นไปได้ เตหะรานจะส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงให้ประเทศที่สาม และเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่รับรู้เกี่ยวกับการเจรจาโดยตรงระบุว่า แนวทางในการส่งมอบยูเรเนียมจะเป็นหัวข้อหนึ่งในการเจรจาที่กำหนดระยะเวลาไว้ 60 วัน โดยมีแนวโน้มว่า อิหร่านอาจทำให้ยูเรเนียมบางส่วนเจือจางลง ส่วนที่เหลืออาจส่งไปให้ประเทศที่สาม โดยขณะนี้รัสเซียเสนอตัวรับยูเรเนียมเหล่านั้นไว้
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันเรื่องกรอบเวลา 60 วัน และเสริมว่า ถ้าอิหร่านไม่ยอมส่งมอบสต็อกยูเรเนียม อเมริกาก็จะไม่ผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชัน
จากข้อมูลของทบวงการพลังงานประมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) อิหร่านมียูเรเนียมที่มีความบริสุทธิ์ 60% จำนวน 440.9 กก. ขณะที่ยูเรเนียมระดับที่นำไปผลิตอาวุธได้ต้องมีความบริสุทธิ์ 90%
อย่างไรก็ดี อิหร่านยังไม่เคยออกมาประกาศเรื่องการส่งมอบยูเรเนียม ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของทรัมป์ โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ให้สัมภาษณ์กับสถานีทีวีของรัฐยืนยันเพียงว่า อิหร่านไม่มีเป้าหมายในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ที่ผ่านมา เตหะรานย้ำมาตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์เพื่อสันติ ขณะที่เดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใกล้ระดับที่ผลิตอาวุธได้ และยังยืนยันสิทธิ์ในเทคโนโลยีนิวเคลียร์
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างเยือนอินเดียว่า การเจรจามีความคืบหน้าสำคัญ แม้ยังไม่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก็ตาม และเสริมว่า โลกไม่จำเป็นต้องกลัวเกรงอีกต่อไปว่า อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์
รูบิโอยังให้สัมภาษณ์กับอินเดีย ทูเดย์ว่า ขั้นตอนแรกที่จะดำเนินการคือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ จากนั้นอิหร่านจำเป็นต้องเข้าสู่การเจรจาอย่างจริงจังเกี่ยวกับ 3 ประเด็น ได้แก่ การให้สัญญาว่า จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การจำกัดศักยภาพในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมระยะยาว และแนวทางการดำเนินการกับยูเรเนียมสมรรถนะสูงที่มีอยู่
ทรัมป์นั้นต้องการตั้งเงื่อนไขที่แข็งกร้าวกับอิหร่านมากกว่าเงื่อนไขในข้อตกลงปี 2025 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ตนเองเป็นคนสั่งยกเลิกระหว่างรับตำแหน่งสมัยแรก
วันเสาร์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.) เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยกับสำนักข่าวของทางการว่า จุดยืนที่แตกต่างระหว่างอิหร่านและอเมริกาแคบลง กระนั้น อิหร่านยังต้องระแวดระวังเนื่องจากเคยถูกโจมตีระหว่างเจรจาเรื่องนิวเคลียร์มาแล้วสองครั้ง
เจ้าหน้าที่สองคนในตะวันออกกลางและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกคนเผยว่า ภายใต้ข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับการที่อเมริกายุติการปิดล้อมทางทะเล โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบ แม้เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของอเมริกาเผยว่า กองทัพไม่พบทุ่นระเบิดในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใดก็ตาม
เจ้าหน้าที่คนที่สองที่ได้รับรู้เกี่ยวกับการเจรจาเสริมว่า อเมริกาจะอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันเป็นการชั่วคราว รวมทั้งจะเจรจาเรื่องการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชันอื่นๆ และการปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ภายในกรอบเวลา 60 วัน
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนระบุว่า ร่างข้อตกลงครอบคลุมการยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ทั้งนี้ สงครามดำเนินมา 22 สัปดาห์หลังจากอเมริกาและอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่าน และสังหารผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนของเตหะราน โดยมีการตกลงหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ทว่า ทั้งสองฝ่ายยังโจมตีตอบโต้กันเป็นระยะ
ที่อิสราเอล นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เขาและทรัมป์เห็นพ้องกันว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่านต้องกำหนดเงื่อนไขในการกำจัดอันตรายจากนิวเคลียร์ นอกจากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ยังให้การรับรองว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ป้องกันตนเองในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงเลบานอน
ประเด็นนี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เผยว่า ข้อตกลงจะรับประกันสิทธิ์ของอิสราเอลในการตอบโต้ภัยคุกคามเฉพาะหน้า
เจ้าหน้าที่อิสราเอลกังวลว่า ฮิซบอลเลาะห์จะยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ขณะที่เลบานอนไม่สามารถปลดอาวุธนักรบกลุ่มนี้ได้
แม้ข้อตกลงหยุดยิงที่อเมริกาเป็นตัวกลางมีผลบังคับใช้ในเลบานอนตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. แต่ยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะทางใต้ของเลบานอน และฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดและส่งโดรนโจมตีกองทัพอิสราเอลและพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอลทุกวัน
เลบานอนเผยว่า นับจากสงครามเริ่มต้น มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คน ขณะที่อิสราเอลสูญเสียทหาร 22 นาย และผู้รับเหมาสัญญาด้านกลาโหม 1 คนใกล้ตอนใต้ของเลบานอน และมีพลเรือน 2 คนเสียชีวิตทางตอนเหนือของอิสราเอล