ดูเหมือนว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงมีบทบาทในการแต่งตั้งอดีต “เจ้าชายแอนดรูว์” ให้เป็นทูตการค้าของสหราชอาณาจักร จากเอกสารชุดแรกเกี่ยวกับการแต่งตั้ง แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ ที่รัฐบาลอังกฤษเผยแพร่
พระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ถูกจับกุมตัวชั่วคราวในเดือนกุมภาพันธ์ จากคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ เขาถูกสงสัยว่า ได้ส่งข้อมูลลับให้กับเอปสไตน์ในบทบาททูตการค้าของเขา การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าชายแอนดรูว์ วัย 66 ปี ถูกปลดออกจากราชวงศ์อย่างเป็นทางการ
ความประสงค์ของควีนเอลิซาเบธให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้า ปรากฏชัดในจดหมายถึงกระทรวงการต่างประเทศในปี 2000 โดยระบุว่า เป็นเรื่อง “สำคัญอย่างยิ่ง” ที่ เจ้าชายแอนดรูว์จะรับบทบาทสำคัญ ในการส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งก่อนหน้าเจ้าชายแอนดรูว์ ก็มีพระญาติเป็นผู้แทนผลประโยชน์ทางการค้าของอังกฤษในต่างประเทศ
ตามเอกสารดังกล่าวไม่มีหลักฐานว่า เจ้าชายแอนดรูว์เคยผ่านการตรวจสอบประวัติความปลอดภัยก่อนเข้ารับตำแหน่ง “คริส ไบรอันต์” รัฐมนตรีกระทรวงการค้า ระบุว่าไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องที่ “เข้าใจได้” เพราะการแต่งตั้งเจ้าชายแอนดรูว์ เป็นเพียงการสืบทอดธรรมเนียมราชวงศ์ในบทบาทนี้
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลอังกฤษเผยแพร่เอกสารไปแล้ว 41 หน้า ซึ่งยังเปิดเผยถึงลักษณะนิสัยบางประการของอดีตเจ้าชายด้วย ตัวอย่างเช่น จดหมายจากนักการทูตที่ทำงานให้กับกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้นระบุว่า แอนดรูว์มักจะชื่นชอบประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งยังปฏิเสธที่จะเล่นกอล์ฟในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
แอนดรูว์เดินทางไปทั่วโลกในฐานะทูตพิเศษตั้งแต่ปี 2001-2011 อย่างเสรีโดยใช้เงินภาษีของประชาชน เขาจึงได้รับฉายาว่า “แอนดี้ไมล์สะสม” (Air Miles Andy) เขาเป็นเพื่อนสนิทของเอปสไตน์ มหาเศรษฐีผู้เสียชีวิตในขณะถูกควบคุมตัวปี 2019 ข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศเด็กมานานหลายปี และมีเหยื่อจำนวนมาก
หนึ่งในเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคือ “เวอร์จิเนีย จิฟเฟร” ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เคยกล่าวหาว่าเจ้าชายแอนดรูว์ทำร้ายร่างกายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ แต่ถูกปฏิเสธ แต่มีรายงานว่าคดีจบลงด้วยการประนีประนอมยอมความมูลค่าหลายล้านดอลลาร์